Google I/O 2026 เปิดฉากยุค “Agent AI” ที่ลงมือทำแทนเราได้ 24 ชั่วโมง

THE SUMMARY:

ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Google และ Alphabet ได้ประกาศทิศทางครั้งสำคัญในงาน Google I/O 2026 ชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Agentic Gemini Era” หรือยุคที่ AI ไม่ได้ทำเพียงแค่ตอบคำถาม แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และ “ลงมือทำงาน” แทนมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น

สถิติล่าสุดตอกย้ำการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ ปริมาณการประมวลผลข้อมูล (Tokens) ของ Google พุ่งสูงกว่า 3.2 Quadrillion (พันล้านล้าน) โทเคนต่อเดือน เติบโตขึ้นถึง 7 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน Gemini ยังมีผู้ใช้งานทะลุ 900 ล้านคนต่อเดือนแล้ว

เปิดตัวโมเดลใหม่: Gemini 3.5 Flash และ Gemini Omni

Google ได้ยกระดับขีดความสามารถของ AI ด้วยการเปิดตัวโมเดลและโครงสร้างพื้นฐานใหม่:

  • Gemini 3.5 Flash: โมเดลเรือธงรุ่นล่าสุดที่เน้นความฉลาดระดับแนวหน้า ควบคู่ไปกับความเร็วในการประมวลผลโทเคนเอาต์พุตที่เร็วกว่าโมเดลระดับเดียวกันถึง 4 เท่า แต่มีราคาค่าบริการถูกลงกว่าครึ่ง ช่วยประหยัดต้นทุนให้ภาคธุรกิจได้อย่างมหาศาล
  • Gemini Omni Flash: โมเดลแรกในตระกูล Omni ที่มีความสามารถแบบ Multimodal ระดับสูง สามารถแปลงข้อมูลอินพุตจากสื่อรูปแบบใดก็ได้ ไปเป็นเอาต์พุตในรูปแบบวิดีโอและจะรองรับภาพถ่ายและข้อความในอนาคต เปิดให้ใช้งานแล้วบนแอป Gemini, Google Flow และ YouTube Shorts
  • ชิป TPU รุ่นที่ 8 (TPU 8t และ 8i): ขุมพลังฮาร์ดแวร์ปรับปรุงใหม่ แยกสถาปัตยกรรมสำหรับเทรน (8t) และสำหรับประมวลผล (8i) ให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ดีขึ้น 2 เท่า และช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผลิตภัณฑ์เดิมฉลาดขึ้นด้วย AI

Google ได้นำเทคโนโลยี AI และระบบ Agent เข้าไปฝังอยู่ในบริการยอดนิยมต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง:

  • Gemini Spark: ผู้ช่วย AI ส่วนตัว (Personal AI Agent) ทำหน้าที่จัดการชีวิตดิจิทัล ทำงานอยู่บนคลาวด์ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ สามารถสั่งการผ่านแอป อีเมล หรือแชต และเตรียมใช้งานร่วมกับส่วนขยายภายนอก (Third-party tools) ได้เร็ว ๆ นี้
  • ผสานระบบ Agent ใน Google Search: ระบบค้นหาจะสามารถสร้างอินเทอร์เฟซแบบไดนามิก (Generative UI) ปรับเปลี่ยนการแสดงผลให้เข้ากับคำถามเฉพาะบุคคลได้ฟรีในช่วงฤดูร้อนนี้ รวมถึงเปิดตัว Information Agents ผู้ช่วยค้นหาและติดตามข้อมูลหลังบ้านแบบ 24 ชั่วโมงสำหรับสมาชิกบริการขั้นสูง

  • Docs Live & Ask YouTube: ฟีเจอร์ Docs Live ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ “บ่น” หรือพูดไอเดียออกมาเป็นเสียงเพื่อให้ AI เรียบเรียงเป็นเอกสารได้ทันที ส่วน Ask YouTube จะช่วยสรุปและเจาะลึกเฉพาะช่วงของวิดีโอที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากที่สุด
  • Google Pics & Google Flow: เครื่องมือสร้างและแต่งภาพด้วย AI (Google Pics) ที่แยกแยะวัตถุเป็นชิ้น ๆ ทำให้อดิตรายละเอียดเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ และ Google Flow ที่เพิ่มเอเจนต์ช่วยระดมสมองและเขียนโค้ดเครื่องมือสร้างสรรค์งานศิลปะได้เอง (Vibe Coding)

ความปลอดภัย ข้อมูลเชิงลึก และฮาร์ดแวร์แห่งอนาคต

  • ความโปร่งใสของเนื้อหา (SynthID): ขยายความร่วมมือในการฝังลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่อย่าง OpenAI, Nvidia, Kakao และ Eleven Labs พร้อมเปิดตัว Content Credentials ในการตรวจสอบว่าภาพหรือวิดีโอนั้นสร้างมาจาก AI หรือกล้องถ่ายภาพจริง บนระบบค้นหาและ Chrome
  • แว่นตาอัจฉริยะ (Intelligent Eyewear): เผยโฉมแว่นตาที่ทำงานร่วมกับ Gemini โดยรุ่น Audio Glasses (แว่นตาอัจฉริยะเน้นระบบเสียงคำแนะนำ) ที่ร่วมพัฒนากับ Gentle Monster, Warby Parker และซัมซุง จะวางจำหน่ายเป็นรุ่นแรกในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
  • Gemini for Science: ชุดเครื่องมือและทักษะด้านวิทยาศาสตร์ (Science Skills) ที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์ม AI เข้ากับฐานข้อมูลทางชีววิทยาศาสตร์ที่สำคัญกว่า 30 แห่ง เพื่อช่วยเร่งความเร็วในงานวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์

การประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Google ได้วางรากฐานนวัตกรรม AI ไว้ครบทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานอย่างชิปประมวลผล โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ไปจนถึงแอปพลิเคชันในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งมอบบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทุกคนได้อย่างทั่วถึงและทรงประสิทธิภาพที่สุด

ที่มา blog.google

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...