เทรนด์ใหม่วงการแพทย์ ใช้ AI ช่วยไขปริศนาโรคหายากที่หมอหาไม่เจอ

THE SUMMARY:

The Wall Street Journal รายงานเทรนด์ใหม่ในโลกสุขภาพ เมื่อ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้ป่วยและแพทย์วินิจฉัยโรคปริศนาหายากได้อย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ยามเจ็บป่วย สิ่งที่น่ากลัวพอๆ กับตัวโรค คือการ ไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร” หลายคนที่ป่วยเป็นโรคหายาก (Rare Diseases) ต้องเดินสายเข้าออกโรงพยาบาลหลายแห่ง ใช้เวลาเฉลี่ยมากกว่า 5 ปี เพียงเพื่อจะได้รู้ชื่อโรคของตัวเองจะได้รักษาต่อได้อย่างตรงจุด

นั่นจึงทำให้ผู้ป่วยม คนในครอบครัว รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์หันมาใช้ AI เพื่อช่วยระบุอาการป่วยมากขึ้น เพราะ AI มีความสามารถพิเศษในการระบุโรคหายากและวินิจฉัยยาก เนื่องจากแพทย์ไม่ค่อยได้พบเจอโรคเหล่านี้

Brain scan

วิเคราะห์โครงหน้า-อ่าน ECG: เคสจริงที่ AI ช่วยชีวิต

ความโดดเด่นของ AI อยู่ที่ความสามารถในการจับแพตเทิร์นและเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในหลายรูปแบบ เช่น

  • สแกนใบหน้าหาโรคพันธุกรรม: แม่คนหนึ่งใช้แอปพลิเคชัน Face2Gene อัปโหลดรูปถ่ายลูกชายวัย 10 ขวบที่มีพัฒนาการช้า ระบบประมวลผลและชี้เป้าไปที่กลุ่มอาการ Trichorhinophalangeal syndrome (TRPS) ซึ่งเมื่อนำไปตรวจ DNA เพิ่มเติมก็พบว่าเป็นโรคนั้นจริงๆ ทั้งแม่และลูก
  • ถอดรหัสคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG): เครื่องมือ AI ของ Mayo Clinic ช่วยแจ้งเตือนว่าคลื่นหัวใจของผู้ป่วยวัย 77 ปีรายหนึ่งมีโอกาสสูงถึง 98% ที่จะเป็นโรคอะไมลอยด์โดสิสหัวใจ (Cardiac Amyloidosis) ซึ่งเป็นโรคหายากที่รักษายาก ช่วยให้แพทย์ปรับแผนการรักษาได้ทันท่วงที
  • สืบค้นข้อมูลเชิงลึกผ่าน Chatbot: ผู้ป่วยจำนวนมากนำผลตรวจพันธุกรรมเข้า ChatGPT เพื่อช่วยวิเคราะห์ ประมวลผลศัพท์ทางการแพทย์ และเตรียมข้อมูลไปคุยกับแพทย์เฉพาะทาง ทำให้เข้าถึงการรักษาได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

แม่นยำกว่ามนุษย์ แต่ยังแทนที่ “หมอจริง”ไม่ได้

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA พบว่าเมื่อลองนำเคสโรคหายากที่ซับซ้อน 90 เคสมาทดสอบ แชตบอต AI สามารถทายโรคได้ถูกต้องถึง 10–13% ในขณะที่การให้แพทย์ทบทวนจากประวัติการรักษาแบบดั้งเดิมทำได้ถูกต้องราว 5.6%

แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า AI ยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากโมเดลเก่งได้ตามฐานข้อมูลที่ใช้เทรน (Training Data) ซึ่งโรคหายากยังมีภาพถ่ายและข้อมูลดิจิทัลน้อยมาก ดังนั้น AI ในปัจจุบันจึงทำหน้าที่เป็นเหมือน “ผู้ช่วยค้นข้อมูล” ที่ช่วยบีบวงแคบและแนะนำแนวทางตรวจเท่านั้น แต่การวินิจฉัยและตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงต้องพึ่งพาประสบการณ์ของแพทย์มนุษย์อยู่ดี

ที่มา wsj

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...