AI รูปลักษณ์หน้าตาผู้ชายได้ค่าตอบแทนมากกว่าผู้หญิง 10% แม้ทำงานเก่งเท่ากัน

THE SUMMARY:

งานวิจัยจาก University of Limerick พบว่า มนุษย์มีแนวโน้มให้ค่าตอบแทน AI ที่มีรูปลักษณ์เป็นผู้ชายมากกว่า AI ผู้หญิง แม้ทั้งคู่จะใช้โมเดลและทำงานได้เหมือนกันทุกอย่าง สะท้อนว่าอคติเรื่องเพศของ AI โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว

การศึกษาใหม่จาก University of Limerick ประเทศไอร์แลนด์ เผยให้เห็นว่า “เพศสภาพ” ของ AI อาจมีผลต่อวิธีที่มนุษย์ปฏิบัติต่อ AI ในสถานที่ทำงาน นักวิจัยพบว่า ผู้คนยินดีจ่ายค่าตอบแทนให้ AI ที่มีรูปลักษณ์เป็นผู้ชายมากกว่า AI ที่มีรูปลักษณ์เป็นผู้หญิง ประมาณ 10% ทั้งที่ AI ทั้งสองตัวมีความสามารถในการทำงานเท่ากัน

ทดลองให้ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมงาน

การศึกษาชื่อ “Human-Like and Male? How AI Assistant Design Relates to Trust and Monetary Reward at Work in VR” ทดลองกับผู้เข้าร่วม 189 คน ผ่านสำนักงานจำลองในโลกเสมือนจริง หรือ VR

ผู้เข้าร่วมต้องทำงานร่วมกับ AI 4 รูปแบบ ได้แก่ แชตบอตแบบข้อความ หุ่นยนต์ตั้งโต๊ะ และ AI ที่มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ 2 ตัว คือ Johan ซึ่งเป็นผู้ชาย และ Johanna ซึ่งเป็นผู้หญิง ที่สำคัญคือ AI ทุกตัวใช้ระบบเบื้องหลังและโมเดลเดียวกัน คือ GPT-4-1106-preview ดังนั้นความสามารถในการทำงานจึงอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน

หลังจากทำงานเสร็จ ผู้เข้าร่วมต้องประเมินผลงานและจ่ายค่าตอบแทนด้วยเงินจริง เพื่อจำลองสถานการณ์การทำงานจริง ผลที่ได้กลับน่าสนใจ เพราะแม้ผู้เข้าร่วมจะประเมินความสามารถของ Johan และ Johanna ใกล้เคียงกัน แต่ Johan กลับได้รับค่าตอบแทนมากกว่า Johanna ถึง 10% และไม่ได้เกิดเฉพาะในกลุ่มผู้ชายเท่านั้น เพราะทั้งผู้เข้าร่วมชายและหญิงต่างจ่ายให้ Johan มากกว่า

หน้าตา AI มีผลต่อความรู้สึกของคน

นักวิจัยยังพบว่า Johan ถูกมองว่ามีความเป็นมนุษย์มากกว่า Johanna เล็กน้อย ขณะที่ AI ที่มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ทั้งสองตัวได้รับความไว้วางใจและการยอมรับมากกว่าแชตบอตหรือหุ่นยนต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมที่เป็นผู้หญิง ซึ่งมีแนวโน้มไว้วางใจ AI ที่มีรูปลักษณ์แบบมนุษย์มากกว่า

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่บอกว่าในการทำงานจริง พวกเขาจะไม่ปฏิบัติต่อ AI ชายและหญิงแตกต่างกัน แต่เมื่อเข้าสู่สถานการณ์ทดลอง พฤติกรรมกลับสะท้อนความแตกต่างออกมาอย่างเห็นได้ชัด

นักวิจัยจึงชี้ให้เห็นว่า อคติเรื่องเพศอาจไม่ได้เกิดจากการตั้งใจเลือกปฏิบัติ แต่สามารถเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพียงเพราะ AI ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์และเพศที่ทำให้มนุษย์รู้สึกแตกต่างกัน

งานวิจัยยังพบอีกว่า คนส่วนใหญ่ชอบ AI ที่มีรูปลักษณ์ เป็นมนุษย์อย่างชัดเจน หรือไม่เหมือนมนุษย์ไปเลย มากกว่าการออกแบบที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองแบบ นอกจากประเด็นเรื่องเพศสภาพแล้ว ผู้เข้าร่วมการทดลองยังมองว่า AI จะมีประโยชน์อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อสามารถทำงานร่วมกับงานด้านความรู้ (Knowledge Work) ได้อย่างราบรื่น และรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบฃ

ที่มา euronews ภาพจาก robotsinternational

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...