Apple Intelligence แบบ On-Device บางฟีเจอร์จะใช้ได้เฉพาะ iPhone 17 Pro และอุปกรณ์แรม 12GB ขึ้นไป

THE SUMMARY:

Apple กำลังเดินหน้าเข้าสู่การนำ Apple Intelligence หรือ AI มาใช้อย่างเป็นจริงเป็นจังบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งจุดขายสำคัญของ Apple Intelligence คือมีส่วนที่สามารถทำงานได้บนอุปกรณ์หรือที่เรียกว่า On-Device ซึ่งได้เปรียบในแง่ของความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานด้วย

อุปกรณ์ของ Apple ที่จะรองรับโมเดล AI แบบ On-Device นั้น สำหรับ iPhone จะประกอบด้วย iPhone Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เท่านั้น ส่วนฝั่ง iPad ต้องเป็น iPad ที่ใช้ชิป Apple M4 หรือใหม่กว่า และมีแรมอย่างน้อย 12GB ขึ้นไป ขณะที่ฝั่ง Mac ต้องเป็น Mac ชิปที่ใช้ชิป​ Apple M3 หรือใหม่กว่า พร้อมแรมอย่างน้อย 12GB เช่นกัน ส่วน Apple Vision Pro จะต้องเป็นรุ่นที่ใช้ชิป Apple M5 เท่านั้น

iPhone 17 Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มาพร้อมกับชิป Apple A19 Pro ที่มีแรม 12GB ทำให้เป็น iPhone เพียง 3 รุ่นที่รองรับการใช้งาน Apple Intelligence โมเดลแบบ On-Device ทำให้ iPhone รุ่นอื่น ๆ ที่มีแรมต่ำกว่า 12GB อย่าง iPhone 17 และ iPhone 17e รวมถึง MacBook Neo ใหม่ที่มีแรม 8GB ไม่สามารถใช้งาน Apple Intelligence โมเดลแบบ On-Device ได้ไหวนั่นเอง

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกฟีเจอร์ของ Apple Intelligence ที่ต้องอาศัยแรม 12GB แต่เฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องการสเปกที่เพียงพอ ตัวอย่างฟีเจอร์ On-Device ที่ต้องใช้แรม 12GB เช่น Expressive voices ของ Siri AI คือเสียง Siri ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น มีจังหวะ น้ำเสียง และการแสดงอารมณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่อ่านคำตอบแบบเรียบ ๆ, Advanced Dictation หรือการถอดเสียงเป็นข้อความขั้นสูง ระบบพิมพ์ตามเสียงที่เข้าใจผู้ใช้ดีขึ้น แม่นยำขึ้น และจัดการข้อความได้ฉลาดกว่าเดิม เช่น การเว้นวรรค เครื่องหมายวรรคตอน รูปแบบประโยค และบริบทขณะพูด เป็นต้น

ฟีเจอร์ Apple Intelligence อื่น ๆ เช่น Siri AI แบบทั่วไป, การทำความเข้าใจสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ, Writing Tools, Image Playground หรือฟีเจอร์ AI ในแอปต่าง ๆ ยังสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่มีแรม 8GB ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขพื้นฐานของอุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence ที่ต้องมีแรม 8GB เป็นหลัก ทำให้ iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max และ iPhone 16 รุ่นต่าง ๆ ยังสามารถใช้งานฟีเจอร์ Apple Intelligence ได้หลายอย่าง แต่ครั้งนี้ Apple เริ่มแบ่งระดับความสามารถของ AI ชัดเจนมากขึ้น โดยฟีเจอร์ AI ทั่วไปยังคงรองรับอุปกรณ์เดิมหลายรุ่น แต่ฟีเจอร์ที่ใช้โมเดลบนเครื่องระดับสูงจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์ที่แรงกว่าเดิม

Apple ระบุว่า Siri AI รุ่นใหม่จะเป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นใหม่บนพื้นฐานของ Apple Intelligence โดยจะมีความสามารถด้านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น เข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ดีขึ้น มีความรู้มากขึ้น และสามารถรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้

ทำไมต้องแรม 12GB

เมื่อคืนนี้ Apple ยังเปิดตัว Apple Foundation Models รุ่นที่ 3 หรือ AFM 3 ซึ่งเป็นโมเดล AI ชุดใหม่สำหรับ Apple Intelligence โดยเน้น 3 เรื่องหลัก ๆ คือ ทำงานลึกในระบบปฏิบัติการของ Apple, ใช้ได้ทั้งบนเครื่องและบนคลาวด์ และรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นแกนหลัก

เดิม on-device โมเดลหลักของ Apple อยู่ที่ราว ๆ 3B parameters แต่รุ่นใหม่มีตัว Core Advanced 20B parameters แม้จะไม่ได้โหลดทั้งหมดพร้อมกัน แต่ก็ยังต้องมี แรมหรือหน่วยความจำมากขึ้นสำหรับโหลดส่วนที่ใช้งานจริง เช่น expert weights, shared weights, KV cache ดังนั้น

ซึ่ง AFM 3 Core Advanced เป็น multimodal ใช้กับงานเสียง เช่น expressive voices และ dictation ที่แม่นขึ้นด้วย งานพวกนี้ใช้หน่วยความจำมากกว่าแค่การตอบข้อความ เพราะต้องจัดการเสียง บริบท การแปลงเสียงเป็นข้อความ หรือข้อความเป็นเสียงแบบ real-time ซึ่งอุปกรณ์ที่มีแรมน้อยจะสามารถรันโมเดลขนาดเล็กได้ แต่สำหรับโมเดลขนาดใหญ่ก็ต้องอาศัยแรมที่สูงขึ้นนั่นเอง

ที่มา MacRumors

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...