OpenAI ได้ประกาศยุติการให้บริการ ChatGPT Atlas หรือเบราเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเป็นทางการหลังจากเปิดตัวในช่วงปลายปี 2025
OpenAI ได้ประกาศยุติการให้บริการ ChatGPT Atlas หรือเบราเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเป็นทางการหลังจากเปิดตัวในช่วงปลายปี 2025
OpenAI เปิดตัว ChatGPT Work เครื่องมือใหม่ที่ยกระดับ AI มาเป็น “ผู้ช่วยทำงาน” ที่สามารถวางแผน ลงมือทำ และทำงานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงจนงานเสร็จ โดยผู้ใช้ไม่ต้องคอยสั่งทีละขั้น ก่อนหน้านี้ระบบ Agent ของ OpenAI ยังมีข้อจำกัดที่มักหยุดทำงานหลังผ่านไปไม่กี่นาที แต่ ChatGPT Work ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การเตรียมประชุม การวิจัยลูกค้า ไปจนถึงการสรุปแคมเปญและสร้างคอนเทนต์การตลาดแบบครบกระบวนการ แม้ AI จะสามารถทำงานได้เอง แต่
OpenAI เปิดตัวโมเดลสนทนาเสียงรุ่นใหม่ GPT-Live-1 และ GPT-Live-1 mini ที่ออกแบบมาให้พูดคุยกับ AI เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งจังหวะการสนทนา การรับฟัง และการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ จุดเด่นของโมเดลใหม่นี้คือเป็น Full-Duplex Voice Model สามารถ “พูดและฟัง” พร้อมกันได้ ต่างจากระบบเดิมที่ต้องรอให้พูดจบก่อน AI จึงตอบกลับ ส่งผลให้ผู้ใช้สามารถพูดแทรกหรือขัดจังหวะระหว่างสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายการคุยกับมนุษย์จริงๆ แถมยังรองรับฟีเจอร์อย่าง การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ ได้ดีขึ้น OpenAI ยังเปลี่ยน Advanced
OpenAI ได้เปิดตัว GPT-5.6 โมเดลใหม่ล่าสุด แต่โดนรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งเบรกให้ใช้สาธารณะ โดยจะให้ใช้เฉพาะกลุ่มก่อนเท่านั้น หลังรัฐบาลกังวลเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง รัฐบาลเริ่มควบคุม AI The Information รายงานว่า แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ได้แจ้งกับพนักงานว่า ในช่วงพรีวิวของ GPT-5.6 รัฐบาลจะพิจารณาการเข้าถึงโมเดลเป็นรายลูกค้า ก่อนที่ OpenAI จะพิจารณาเปิดให้ใช้งานเป็นวงกว้างหรือเป็นสาธารณะในภายหลัง ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเข้ามามีบทบาทในการควบคุม AI มากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววว่าจะเข้ามายุ่งในอุตสาหกรรมนี้เท่าไหร่นัก
Sea จับมือ OpenAI ยกระดับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซบน Shopee ขยายการเข้าถึง ChatGPT ให้กับผู้ใช้ ช่วยค้นหาสินค้าง่ายขึ้น รวมถึงผลักดันการใช้งาน Codex ในกลุ่มนักพัฒนา ฟอร์เรสต์ ลี ประธานและซีอีโอของ Sea กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการทำให้ AI เข้าถึงได้ง่ายและเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กมากขึ้น ผ่านการผสานเทคโนโลยี AI ของ OpenAI เข้ากับระบบนิเวศดิจิทัลของ Sea เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล ด้านเดนิส เดรสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ
แม้ ChatGPT จะมีผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 1,100 ล้านคน แต่รายงานของ Sensor Tower ระบุว่าส่วนแบ่งตลาดของ ChatGPT ลดลงต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรก เหลือ 46.4% หลังคู่แข่งอย่าง Gemini และ Claude โตอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวมากว่าว่าสามปีครึ่ง ตลาด AI เข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น แม้ OpenAI จะยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาด แต่ตามรายงาน
OpenAI เตรียมเปลี่ยน ChatGPT ครั้งใหญ่ ยกระดับจากแชตบอตให้กลายเป็น “ซูเปอร์แอป AI” ที่รวมความสามารถ AI Agent เขียนโค้ด การสร้างคอนเทนต์ และเครื่องมือต่าง ๆ ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว Financial Times รายงานอ้างแหล่งข่าวทั้งอดีตและพนักงานปัจจุบันของ OpenAI มากกว่าสิบราย ระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมองว่า “ยุคของการแชตเพียงอย่างเดียวกำลังสิ้นสุด” และ ChatGPT จะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางสำหรับบริการ AI รูปแบบใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้มากกว่าเดิม หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ การผลักดันบริการด้านการเขียนโค้ดและระบบ
Apple เตรียมเปิดตัว Siri เวอร์ชันใหม่ในงาน WWDC 2026 พร้อมยกระดับความสามารถ AI ครั้งใหญ่ ทั้งแชตอินเทอร์เฟซคล้าย ChatGPT รองรับประวัติการสนทนา อัปโหลดไฟล์ และสนทนาด้วยเสียงได้ต่อเนื่อง Apple เตรียมเดินหน้าครั้งสำคัญด้าน AI ในงาน WWDC 2026 เดือนหน้า โดยคาดว่าจะเปิดตัว Siri เวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ จากรายงานของ Mark Gurman แห่ง Bloomberg ระบุว่า
OpenAI และ Apple เข้าสู่ช่วงตึงเครียด หลัง Bloomberg รายงานว่า OpenAI พิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับ Apple หลังไม่โปรโมต ChatGPT บน iPhone เท่าที่ควร ทำให้ยอดผู้ใช้และรายได้พลาดเป้า ย้อนกลับไปในปี 2024 ทั้งสองบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตร โดย Apple นำ ChatGPT เข้าไปผสานกับฟีเจอร์สำคัญอย่าง Siri และ Image Playground บน iOS,
OpenAI อัปเดตโมเดลเริ่มต้นของ ChatGPT ให้เป็นเวอร์ชัน GPT-5.5 Instant เน้นให้คำตอบกระชับ ชัดเจน และเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนได้ดีขึ้น GPT-5.5 Instant เป็นโมเดลพื้นฐานที่สำหรับในงานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้ช่วยยกระดับคุณภาพคำตอบในภาพรวม โดยลดข้อผิดพลาดด้านข้อเท็จจริงลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในหัวข้อสำคัญอย่างการแพทย์ กฎหมาย และการเงิน เมื่อเทียบกับ GPT-5.3 Instant มีความผิดพลาดน้อยลงถึง 52.5% รวมถึงกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้องลดลงถึง 37.3% นอกจากนี้ยังพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ภาพ การตอบคำถามสาย STEM และการเลือกใช้ข้อมูลจากการค้นหาบนเว็บเพื่อให้คำตอบมีประโยชน์มากขึ้น ในด้านประสบการณ์ใช้งาน






