
Apple เผยรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม พบ iPhone 18 Pro Max ที่วางจำหน่ายในสหรัฐฯ เป็นรุ่นเดียวที่ไม่ได้ใช้โมเด็ม C2 ของ Apple แต่เลือกใช้โมเด็ม Qualcomm แทน ส่วนตลาดอื่นทั่วโลกจะใช้โมเด็ม C2
Apple อัปเดตข้อมูลทางเทคนิคของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ระบุชัดเจนขึ้นว่ารุ่นไหนใช้โมเด็ม C2 และวางจำหน่ายในภูมิภาคใด โดยพบความแตกต่างที่น่าสนใจคือ iPhone 18 Pro ใช้โมเด็ม C2 ทั่วโลก แต่ iPhone 18 Pro Max จะใช้ C2 ในทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐฯ
ข้อมูลจากการตรวจสอบโค้ด iOS 27 ยังพบว่า iPhone 18 Pro Max รุ่นสหรัฐฯ ใช้ โมเด็ม Qualcomm แทน C2 ของ Apple แต่ Apple ยังไม่ได้เปิดเผยเหตุผลอย่างเป็นทางการว่าทำไมจึงเลือกใช้โมเด็มคนละรุ่น
หนึ่งในความเป็นไปได้คือเรื่องสัญญากับ Qualcomm ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งครอบคลุมการจัดหาโมเด็มสำหรับ iPhone ที่เปิดตัวในปี 2024–2026 ทำให้ Apple อาจยังต้องใช้โมเด็ม Qualcomm ในบางรุ่นเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของข้อตกลง

C2 ถือเป็นโมเด็มรุ่นที่ 3 ที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง หลังจาก C1 ที่เปิดตัวใน iPhone 16e และ C1X ที่เปิดตัวใน iPhone Air โดย Apple ระบุว่า C2 ให้ความเร็วอัปโหลดดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ C1X และใช้พลังงานน้อยลงถึง 15%
นอกจากนี้ C2 ยังรองรับ 5G mmWave ซึ่งเป็นเทคโนโลยี 5G ความเร็วสูงที่ใช้งานในสหรัฐฯ ทำให้ Apple ขยับเข้าใกล้ความสามารถของโมเด็ม Qualcomm มากขึ้น ส่วน iPhone 18 Pro Max ในสหรัฐฯ ยังไม่มีการยืนยันว่าใช้โมเด็ม Qualcomm รุ่นใด แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจเป็น Snapdragon X85 ซึ่งต้องรอผลทดสอบการใช้งานจริงเพื่อเปรียบเทียบกับ C2 อีกครั้ง
การเลือกใช้โมเด็มต่างกันในแต่ละตลาด จึงสะท้อนให้เห็นว่า Apple ยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีของ Qualcomm ไปสู่โมเด็มที่พัฒนาขึ้นเอง และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะเปลี่ยนผ่านได้อย่างสมบูรณ์
ที่น่าสนใจคือ iPhone Duo จะใช้โมเด็ม C2 ในทุกภูมิภาคทั่วโลก ไม่มีการแบ่งแยกเหมือน iPhone 18 Pro Max
ที่มา macrumors






