
Apple ออกมาชี้แจงเรื่องความเป็นส่วนตัว หลัง Apple Watch รุ่นใหม่เพิ่มฟีเจอร์ AI ที่เกี่ยวข้องกับบทสนทนา พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเก็บไฟล์เสียงต้นฉบับไว้ ชูแนวทางที่แตกต่างจากแว่น AI ของ Meta

ประเด็นความเป็นส่วนตัวกำลังกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลัง Apple เพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่บน Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ที่สามารถวิเคราะห์บทสนทนาของผู้ใช้งานได้ ทำให้เกิดคำถามว่า แล้ว Apple Watch กำลัง “ฟัง” เราอยู่ตลอดเวลาหรือไม่?
ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Transcript สามารถแสดงข้อความถอดเสียงจากบทสนทนาในช่วง 15 นาทีที่ผ่านมา ขณะที่ Siri Recap ช่วยสรุปบทสนทนาตลอดทั้งวันได้ ทำให้หลายคนกังวลว่า Apple จะจัดการกับข้อมูลเสียงเหล่านี้อย่างไร
เมื่อผู้บริหาร Apple ถูกถามถึงกระแสวิจารณ์แว่น AI ของ Meta ที่บางคนเรียกว่า “แว่นโรคจิต” เนื่องจากความกังวลเรื่องการแอบบันทึกภาพและเสียง John Ternus ระบุว่า Apple ต้องการออกแบบฟีเจอร์ให้ทั้งผู้ใช้งานและคนรอบข้างรู้สึกสบายใจเมื่อมีอุปกรณ์อยู่ใกล้ตัว

Apple ระบุว่า ฟีเจอร์ใหม่มาพร้อมระบบ ระบุตัวผู้พูด (Speaker Attribution) และที่สำคัญคือ Apple Watch ไม่ได้บันทึกเสียงไว้สำหรับนำกลับมาเปิดฟังย้อนหลัง รวมถึง Apple เองก็ไม่สามารถเข้าถึงไฟล์เสียงต้นฉบับ (Raw Audio) ได้
นอกจากนี้ Apple ยังเพิ่ม Live Rewind พร้อมสัญญาณแสดงบนหน้าจอ เพื่อให้ผู้ใช้งานรับรู้ว่าอุปกรณ์กำลังทำงานกับข้อมูลเสียง ซึ่งเป็นแนวทางที่คล้ายกับไฟแสดงสถานะบนแว่น AI ของ Meta
จุดยืนของ Apple จึงชัดเจนว่า การนำ AI เข้ามาอยู่บนอุปกรณ์สวมใส่ไม่ควรแลกมาด้วยการเก็บข้อมูลส่วนตัวแบบไม่โปร่งใส โดยบริษัทพยายามทำให้ผู้ใช้งานรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้อมูลของตัวเอง และที่สำคัญคือ เสียงสนทนาไม่ได้ถูกเก็บเป็นไฟล์สำหรับย้อนกลับมาฟังภายหลัง
ที่มา firstpost






