นักแสดงหญิงฟ้อง James Cameron หลังนำใบหน้าวัย 14 ไปใช้สร้าง “เนย์ติรี” ใน Avatar

THE SUMMARY:

Q’orianka Kilcher ยื่นฟ้อง James Cameron และ Walt Disney หลังนำลักษณะใบหน้าของเธอในวัย 14 ปี ไปใช้เป็นต้นแบบในการสร้างตัวละคร “เนย์ติรี” จากภาพยนตร์ Avatar โดยไม่ได้ขออนุญาตหรือจ่ายค่าตอบแทน

คดีฟ้องร้องครั้งใหม่ที่ยื่นต่อผู้กำกับชื่อดัง James Cameron และ The Walt Disney Company กล่าวหาว่า คาเมรอนได้นำลักษณะใบหน้าของนักแสดงหญิงเชื้อสายพื้นเมืองวัย 14 ปีในขณะนั้น มาใช้เป็นต้นแบบในการออกแบบตัวละคร “เนย์ติรี” จากภาพยนตร์เรื่อง Avatar

ผู้ยื่นฟ้องคือ Q’orianka Kilcher ซึ่งระบุว่าในปี 2005 คาเมรอนได้ใช้ภาพถ่ายของเธอจากภาพยนตร์ The New World ที่เธอรับบทเป็น “โพคาฮอนทัส” มาเป็นต้นแบบสำหรับการออกแบบตัวละครเนย์ติรี ซึ่งต่อมารับบทโดย Zoe Saldaña

ในคำฟ้องระบุว่า ทีมงานของคาเมรอนได้นำภาพของคิลเชอร์ไปใช้ในกระบวนการออกแบบตัวละคร ตั้งแต่การสเก็ตช์ ปั้นโมเดล สแกนใบหน้าด้วยเลเซอร์ ไปจนถึงสร้างโมเดลดิจิทัลความละเอียดสูงสำหรับงานวิชวลเอฟเฟกต์ โดยเธอไม่เคยรับรู้หรือให้ความยินยอม พร้อมกล่าวหาว่าใบหน้าของเธอถูกใช้ในภาพยนตร์ โปสเตอร์ และสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์ “Avatar”

คำฟ้องยังอ้างบทสัมภาษณ์ของคาเมรอน ซึ่งยอมรับว่าเขาใช้ภาพถ่ายของคิลเชอร์จากหนังสือพิมพ์ Los Angeles Times เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบใบหน้าของเนย์ติรี โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก คาง ขากรรไกร และรูปทรงปาก

คิลเชอร์ระบุว่า เธอเพิ่งตระหนักถึงขอบเขตการนำใบหน้าของเธอไปใช้จริงๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังบทสัมภาษณ์เก่าของคาเมรอนถูกเผยแพร่ซ้ำบนโซเชียลมีเดีย แม้ก่อนหน้านี้เธอเคยได้รับภาพสเก็ตช์เนย์ติรีพร้อมลายเซ็นจากคาเมรอนในปี 2010 ซึ่งมีข้อความระบุว่า “ความงามของคุณคือแรงบันดาลใจแรกเริ่มของผมในการสร้างเนย์ติรี”

คำร้องเรียนยังกล่าวหาว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายละเมิดกฎหมายใหม่ของรัฐแคลิฟอร์เนียเกี่ยวกับการใช้ภาพลักษณ์เด็กและเทคโนโลยีดีพเฟก เนื่องจากตัวละครดังกล่าวถูกนำเสนอในฉากความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกภายหลัง

ด้านทีมทนายของคิลเชอร์ระบุว่า คดีนี้ไม่ใช่การโจมตีเสรีภาพทางศิลปะ แต่เป็นการเรียกร้องความรับผิดชอบต่อการนำ “อัตลักษณ์ทางชีวมิติ” ของเด็กหญิงพื้นเมืองไปใช้สร้างแฟรนไชส์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือค่าตอบแทน

ขณะนี้ คิลเชอร์เรียกร้องทั้งค่าเสียหาย ค่าชดเชยเชิงลงโทษ การคืนผลกำไรบางส่วนจากการใช้ภาพลักษณ์ของเธอ รวมถึงคำสั่งศาลให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ขณะที่ตัวแทนของคาเมรอนและดิสนีย์ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคดีดังกล่าวทันที

ส่วนใครที่รอดู อวตาร 4 นั้นก็รออีกยาวๆ เพราะมีคิวฉายธันวาคม 2029 ใครไม่อยากพลาดกดติดตามเพจ Major Group เอาไว้ให้ดี

ที่มา nbcnews

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...