Cloudflare เปิดตัว Kitesurf เบราว์เซอร์ยุคใหม่ สร้างมาเพื่อ AI Agent โดยเฉพาะ

THE SUMMARY:

Cloudflare เปิดตัว Kitesurf เบราว์เซอร์บนคลาวด์ที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้มนุษย์ใช้ท่องเว็บเหมือน Chrome หรือ Safari แต่ถูกออกแบบตั้งแต่ต้นสำหรับ AI Agent

แนวคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ AI กำลังพัฒนาจากแชตบอตที่ทำหน้าที่ตอบคำถาม ไปสู่ AI Agent ที่สามารถวางแผนและลงมือทำงานแทนผู้ใช้ เช่น เปิดเว็บไซต์ กรอกแบบฟอร์ม ค้นหาข้อมูล หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ AI Agent ต้องใช้ก็คือ “เว็บเบราว์เซอร์”

เบราว์เซอร์ที่ไม่ได้สร้างมาให้คนใช้

Cloudflare มองว่าเบราว์เซอร์สำหรับมนุษย์กับเบราว์เซอร์สำหรับ AI Agent มีความต้องการแตกต่างกันอย่างมาก

เบราว์เซอร์ทั่วไปต้องให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าตา ธีม แท็บ ส่วนขยาย และประสบการณ์การใช้งาน แต่สำหรับ AI สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Context Window, ประสิทธิภาพ, จำนวน Token ที่ใช้, ต้นทุน และความสามารถในการรองรับงานจำนวนมาก

ที่สำคัญยังต้องออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ เพราะ AI Agent มีความเสี่ยงจากการโจมตีรูปแบบใหม่ เช่น Prompt Injection ที่สามารถฝังคำสั่งอันตรายไว้ในเว็บไซต์ แล้วหลอกให้ AI ทำสิ่งที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจ

นักพัฒนาไม่ต้องสร้างเบราว์เซอร์เอง

หนึ่งในจุดเด่นของ Kitesurf คือการเปิดให้นักพัฒนาสามารถนำเบราว์เซอร์ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของ AI Agent ได้ทันที AI สามารถใช้ Kitesurf เพื่อ เปิดเว็บไซต์ นำทาง กรอกแบบฟอร์ม อ่านข้อมูล และโต้ตอบกับหน้าเว็บ โดยนักพัฒนาไม่จำเป็นต้องสร้างระบบเบราว์เซอร์ขึ้นมาเองตั้งแต่ต้น

Cloudflare เปิดให้ Kitesurf ใช้งานฟรีในช่วง Beta ผ่าน Browser Run ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถสั่งงานและควบคุมเบราว์เซอร์แบบ Headless ผ่านโปรแกรมบนโครงสร้างพื้นฐานของ Cloudflare ทั้งหมดทำงานอยู่บน Cloudflare Workers ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Serverless ของบริษัท

เน้นลดต้นทุนให้ AI Agent

อีกจุดที่ Cloudflare พยายามชูคือประสิทธิภาพ เพราะ AI Agent จำนวนมากต้องเปิดเบราว์เซอร์พร้อมกันหลายอินสแตนซ์ หากใช้ทรัพยากรมาก ต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Cloudflare ระบุว่า Kitesurf ใช้ CPU และหน่วยความจำน้อยกว่า Chromium อย่างมากสำหรับงานทั่วไปของ AI Agent เช่น การจับภาพหน้าจอและดึง HTML นั่นหมายความว่า หาก AI Agent ต้องเปิดเว็บไซต์หลายพันหรือหลายล้านครั้งต่อวัน การลดทรัพยากรต่อหนึ่ง Session ก็อาจช่วยลดต้นทุนการประมวลผลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

เบื้องหลังใช้เทคโนโลยีจากหลายโปรเจกต์

Kitesurf ไม่ได้สร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่ผสานเทคโนโลยีจากหลายโครงการเข้าด้วยกัน เช่น

  • Blitz สำหรับระบบ Rendering แบบ Modular
  • Stylo ตัวแยกวิเคราะห์ CSS จาก Firefox
  • Boa JS JavaScript Engine ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust
  • Obscura Headless Browser แบบ Open Source ที่เขียนด้วย Rust

Cloudflare เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของ Kitesurf เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 12 สัปดาห์ก่อน โดยต้นแบบแรกเป็นการนำ Obscura มาพอร์ตให้ทำงานบน Cloudflare Workers แม้จะเพิ่งเริ่มต้น แต่บริษัทระบุว่า Kitesurf ผ่านการทดสอบแพลตฟอร์มเว็บมาแล้วมากกว่า 215,000 รายการ และยังเพิ่มการทดสอบใหม่อีกหลายร้อยรายการทุกสัปดาห์

Cloudflare ยังสาธิตว่า Kitesurf สามารถแสดงผลเว็บไซต์และเว็บแอปพลิเคชันทั่วไปได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น TodoMVC, Wikipedia, Hacker News, Cloudflare Blog รวมถึงแดชบอร์ดส่วนใหญ่ของ Cloudflare การเปิดตัว Kitesurf จึงสะท้อนเทรนด์สำคัญของวงการเทคโนโลยี เพราะเมื่อ AI Agent กำลังกลายเป็นผู้ช่วยที่สามารถลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้ โครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตเองก็ต้องปรับตาม

ที่มา techcrunch

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...