ETDA เปิด Big Move ปี 70 ดัน 4 ภารกิจใหญ่ ปูทาง Digital Trust ให้คนไทยมีชีวิตดิจิทัลที่ดีขึ้น

THE SUMMARY:

ETDA เดินหน้าสู่ปีที่ 16 ประกาศ 4 Big Move ปี 2570 ตั้งแต่ Digital ID, AI Governance, SMEs Growth ไปจนถึงกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล หวังสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย เป็นธรรม และแข่งขันได้

ETDA

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดแผนเดินหน้าสู่ปี 2570 ภายใต้แนวคิด “Co-Creation Regulator & Facilitator” โดยวางเป้าหมายสร้าง Digital Trust ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทย พร้อมเร่ง 4 ภารกิจใหญ่ที่จะส่งผลต่อทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ และแพลตฟอร์มออนไลน์

1. Digital ID สู่ยุค “เอกสารดิจิทัล ตรวจสอบได้”

ETDA เตรียมยกระดับ Digital ID จากการยืนยันตัวตน สู่การใช้สิทธิและเอกสารดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ ปัจจุบันมีใบอนุญาตธุรกิจ Digital ID แล้ว 28 ใบ และมี e-Service ภาครัฐเชื่อมต่อ Digital ID แล้ว 1,797 บริการ

ในปี 2570 ETDA เตรียมผลักดัน บัตรประชาชนในรูปแบบ Verifiable Credentials (VC) และ Digital Document Wallet เพื่อให้ประชาชนพกเอกสารและใช้สิทธิผ่านระบบดิจิทัลได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารซ้ำๆ จุดเด่นของ VC คือการยืนยันเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เช่น หากบริการต้องการเพียงยืนยันว่า “อายุเกิน 18 ปี” ก็สามารถพิสูจน์เงื่อนไขนี้ได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ที่อยู่ หรือเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล

ETDA ยังพัฒนาโครงสร้าง VC ให้รองรับมาตรฐานสากลและธุรกรรมข้ามประเทศ รวมถึง Use Case อย่าง Caretaker ID บนแอปหมอพร้อม เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเปราะบางกับผู้ดูแล ลดความเสี่ยงจากการสวมสิทธิ นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนา Digital ID สำหรับคนต่างด้าว และระบบลงนามเอกสารระหว่างนิติบุคคล เพื่อให้ธุรกรรมออนไลน์สะดวก ปลอดภัย และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

2. AI Governance จาก “แนวคิด” สู่การใช้งานจริง

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการยกระดับ AI Governance ผ่านศูนย์ AIGPC (AI Governance Practice Center) โดยจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางเชื่อมหน่วยงาน ผู้พัฒนา และผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ ETDA เตรียมใช้ AI Governance Sandbox ทดสอบแนวทางกำกับ AI ในประเด็นสำคัญ เช่น การศึกษา เด็กและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นเรื่องความเสี่ยง ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และการปฏิบัติตามกฎหมาย

เป้าหมายคือเปลี่ยนจากการออกหลักการหรือ Guideline ไปสู่ แนวทางที่สามารถนำไปใช้จริงกับ AI ในประเทศไทย

3. SMEs Growth ต้องไม่ใช่แค่ใช้ดิจิทัลแต่ต้อง “ใช้แล้วโต”

สำหรับภาคธุรกิจ SMEs ไทยจำนวนมากยังอยู่ในระดับ Digital Follower คือใช้ดิจิทัลเพื่อสื่อสารและขายสินค้า แต่ยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเต็มศักยภาพในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ หรือสร้างรายได้ ETDA จึงเตรียมขยายโมเดล SMEs Growth โดยโฟกัส 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ค้าปลีก การท่องเที่ยว และการผลิตขนาดไมโคร พร้อมนำข้อมูล Digital Maturity Index มาวิเคราะห์ Pain Point ของแต่ละธุรกิจ แล้วเชื่อมต่อกับ Technology Provider ผู้เชี่ยวชาญ และแหล่งเงินทุน

แนวคิดสำคัญคือไม่ใช่แค่แจกเครื่องมือดิจิทัลให้ SME แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ใช้แล้วช่วยธุรกิจดีขึ้นอย่างไร และสร้างรายได้เพิ่มได้จริงหรือไม่ รวมถึงยังเตรียมต่อยอด “SMEs Profile” ให้ผู้ประกอบการมองเห็นสถานะของตัวเอง รู้ว่าขาดอะไร และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และมาตรการสนับสนุนได้ตรงจุด

4. คุมแพลตฟอร์มให้โปร่งใสและเป็นธรรม

ด้านการกำกับแพลตฟอร์มภายใต้กฎหมาย DPS ETDA จะเดินหน้าร่วมกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องมากขึ้น โดยปัจจุบันมีแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบและตรวจสอบข้อมูลแล้ว 2,133 บริการ

ปี 2570 จะเน้น 3 เรื่อง ได้แก่ การบังคับใช้กติกาที่มีอยู่ให้เกิดผลจริง โดยเฉพาะ e-Marketplace และ Ride Sharing, การป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการติดตามเรื่อง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่า GP ขณะเดียวกันจะยกระดับศูนย์ 1212 ETDA จากช่องทางรับเรื่องร้องเรียนให้เป็นเหมือน “เรดาร์ของระบบ” ที่ช่วยวิเคราะห์ปัญหาและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางของ ETDA ที่ต้องการขยับจากบทบาทผู้กำกับดูแล ไปสู่การเป็น Co-Creation Regulator ที่ทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน แพลตฟอร์ม และประชาชน เพื่อสร้าง Digital Trust ให้เกิดขึ้นจริงสร้างโอกาสให้คนไทยเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัล

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...