
ทีมนักวิจัยนานาชาติพัฒนาอิเล็กโทรดที่สามารถทาลงบนผิวหนังได้โดยตรง มีคุณสมบัติยึดเกาะสูง ยืดหยุ่น และระบายไอน้ำได้ดีกว่าแผ่นอิเล็กโทรดทางการแพทย์แบบเดิมถึง 10 เท่า ช่วยให้การติดตามสัญญาณชีพมีความแม่นยำแม้ในสภาวะที่เหงื่อออกมาก
ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) โดยทีมวิจัยจาก Penn State, MIT และสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์และเทคโนโลยีซูโจว ประเทศจีนระบุว่า อิเล็กโทรดรุ่นใหม่นี้สามารถตรวจวัด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) กิจกรรมของกล้ามเนื้อ และคลื่นสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้ผลการวัดที่สม่ำเสมอถึง 95.1% แม้ก่อนและหลังการออกกำลังกายที่มีเหงื่อออก
ปัญหาสำคัญของอุปกรณ์ตรวจวัดชีวภาพในปัจจุบันคือ แผ่นอิเล็กโทรดมักหลุดลอกเมื่อผู้ใช้ออกกำลังกายหรือมีเหงื่อ ส่งผลให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่อิเล็กโทรดรุ่นใหม่นี้ใช้วัสดุโพลิเมอร์ที่ประกอบด้วย PEDOT:PSS, DBSA และ PVA ในสูตรที่ทีมวิจัยเรียกว่า WE-PPD ทำให้วัสดุมีทั้งความยืดหยุ่น การนำไฟฟ้าที่ดี และยึดติดกับผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการทดสอบพบว่า WE-PPD สามารถระบายไอน้ำได้เกือบ 5 เท่า ที่อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส และมากกว่า 10 เท่า ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับแผ่นฟิล์มทางการแพทย์แบบดั้งเดิมอย่าง Tegaderm นอกจากนี้ยังยืดตัวได้ถึง 170% ก่อนเกิดความเสียหาย

นอกจากการใช้งานด้านการแพทย์ ทีมวิจัยยังมองเห็นศักยภาพในการต่อยอดไปสู่ รอยสักอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Tattoo) อินเทอร์เฟซระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร รวมถึงเซ็นเซอร์ชีวภาพสำหรับงานเกษตร อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือการออกแบบอิเล็กโทรดเป็น ลวดลายการ์ตูน เพื่อช่วยลดความกังวลของเด็กที่ต้องติดตามสัญญาณชีพเป็นเวลานาน ทำให้การรักษาเป็นมิตรและได้รับความร่วมมือมากขึ้น
แม้การทดลองเบื้องต้นจะไม่พบการระคายเคืองผิวหนังหลังสวมใส่ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง แต่ทีมวิจัยยอมรับว่ายังต้องมีการศึกษาด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับเครื่อง MRI เพื่อประเมินผลกระทบจากสนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ รวมถึงความร้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตรวจ
แม้จะยังอยู่ในช่วงวิจัย แต่เทคโนโลยีอิเล็กโทรดแบบทาสีนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการ Wearable Health Tech ที่อาจทำให้อุปกรณ์ติดตามสุขภาพในอนาคตมีความสบาย แม่นยำ และใช้งานได้ต่อเนื่องมากกว่าที่เคย
ที่มา gizmodo






