ผู้ป่วยแห่ฟ้องบริษัทยา Novo Nordisk และ Eli Lilly หลังปักปากกา GLP-1 แล้วสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน

THE SUMMARY:

สำนักข่าว NewsNation รายงานว่า กลุ่มผู้ป่วยในสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการยื่นฟ้องร้องบริษัทผู้ผลิตยาลดน้ำหนักและยารักษาโรคเบาหวานยอดฮิตในกลุ่ม GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) หลังจากพบภาวะแทรกซ้อนที่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน

การฟ้องร้องครั้งนี้เน้นไปที่ 2 บริษัทยายักษ์ใหญ่แห่งวงการยา ได้แก่ Novo Nordisk (ผู้ผลิตยา Ozempic และ Wegovy) และ Eli Lilly (ผู้ผลิตยา Zepbound และ Mounjaro) โดยกลุ่มผู้ป่วยกล่าวหาว่าบริษัทผู้ผลิตล้มเหลวในการให้ข้อมูลและคำเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อดวงตา

รู้จักกับภาวะ NAION ต้นเหตุของการสูญเสียการมองเห็น

ผู้ป่วยที่ยื่นฟ้องส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ NAION (Non-arteritic Anterior Ischemic Optic Neuropathy) ซึ่งเป็นภาวะที่เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงเส้นประสาทตาไม่เพียงพอ ส่งผลให้เส้นประสาทตาขาดเลือดและเกิดความเสียหาย อาการที่พบคื ผู้ป่วยมักจะมีอาการสูญเสียการมองเห็นแบบเฉียบพลันในตาข้างใดข้างหนึ่งโดยไม่มีอาการปวด มักสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อตื่นนอน เช่น การมองเห็นภาพซ้อน ภาพเบลอ การรับรู้สีลดลง หรือสูญเสียลานสายตาบางส่วน

โดย ภาวะ NAION ถือว่าอันตรายอย่างมากเพราะอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้รับการรับรองว่าสามารถฟื้นฟูความเสียหายของเส้นประสาทตาให้กลับมาเป็นปกติได้

แม้ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจะระบุว่า หลักฐานที่เชื่อมโยงระหว่างยา GLP-1 กับภาวะ NAION ยังไม่มีความชัดเจนเต็มร้อย แต่ก็มีงานวิจัยที่ต้องทำให้คิดหนักด้วยเหมือนกัน อย่าง งานวิจัยจาก Mass General Brigham และ Harvard Medical School (ตีพิมพ์ใน JAMA Ophthalmology) ตลอดจนการศึกษาในเดนมาร์ก พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ใช้ยาที่มีส่วนผสมของ Semaglutide มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ NAION สูงกว่าผู้ที่ใช้ยาเบาหวานชนิดอื่นถึงประมาณ 4 เท่า ที่น่าตกใจคือ ความเสี่ยงนี้อาจพุ่งสูงขึ้นกว่า 7 เท่า ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาดังกล่าวเพื่อการลดน้ำหนัก

ทั้ง Novo Nordisk และ Eli Lilly ยืนยันว่า ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด และมีการติดตามประเมินข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยตัวแทนของ Novo Nordisk ได้ออกมาชี้แจงว่าข้อกล่าวหาในคดีนี้ไม่มีมูลความจริง และบริษัทพร้อมที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลอย่างเต็มที่

ปัจจุบันองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ยังไม่ได้บังคับให้ผู้ผลิตต้องระบุคำเตือนเรื่องภาวะ NAION ลงบนฉลากยาอย่างเป็นทางการ แต่ทางหน่วยงานกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ด้านหน่วยงานยาแห่งยุโรป (EMA) และหน่วยงานกำกับดูแลของออสเตรเลีย (TGA) ได้มีคำสั่งประเมินความเสี่ยงและกำหนดให้ผู้ผลิตยาต้องเพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับโอกาสในการเกิดภาวะ NAION สำหรับยาในกลุ่ม GLP-1 บางชนิดแล้ว

ปัญหาในเด็ก

นอกเหนือจากประเด็นด้านการมองเห็นในผู้ใหญ่แล้ว ล่าสุดยังมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงอีกด้านหนึ่งในกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่ใช้ยา GLP-1 โดยการศึกษาใหม่ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Childhood Obesity พบว่าการใช้ยาดังกล่าวนำไปสู่ปัญหาภาวะขาดสารอาหารในเยาวชนด้วย

ทีมนักวิจัยจาก Northwestern University Feinberg School of Medicine ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเวชระเบียนของผู้ป่วยเด็กอายุ 10-17 ปี จำนวนราว 2,000 คน ที่เริ่มต้นใช้ยาตระกูล GLP-1 ระหว่างปี 2017-2022 และไม่เคยมีประวัติขาดสารอาหารมาก่อน ผลปรากฏว่า ภายในระยะเวลา 1 ปีหลังเริ่มยา มีเด็กเกือบ 1 ใน 6 คน หรือประมาณ 17% ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะขาดสารอาหาร

นพ. จัสติน ไรเดอร์ (Justin Ryder) หนึ่งในทีมผู้วิจัยเน้นย้ำว่า เมื่อมีการสั่งจ่ายยา GLP-1 ให้กับเด็ก แพทย์ควรมีการจัดการและให้คำปรึกษาด้านโภชนาการในเชิงรุกควบคู่ไปด้วยเสมอ แทนที่จะรอจนกว่าเด็กจะเกิดภาวะขาดสารอาหารแล้วจึงค่อยรักษา

ที่มา Newsnation, Gizmodo

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...