
ซัมซุงจัดงาน The Brief 2026 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและโซลูชันสำหรับธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ชู AI และ SmartThings ช่วยยกระดับการใช้ชีวิต ตั้งแต่เครื่องปรับอากาศที่ปรับความเย็นตามพฤติกรรมการนอน ไปจนถึงตู้เย็นที่ช่วยจัดการวัตถุดิบและวางแผนมื้ออาหาร
Samsung Electronics จัดงาน “The Brief 2026” ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เพื่อจัดแสดงพอร์ตโฟลิโอเครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัลและโซลูชันสำหรับบ้านพักอาศัยและภาคธุรกิจ โดยมีสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์กว่า 50 คนจาก 6 ประเทศในภูมิภาคเข้าร่วมสัมผัสนวัตกรรมล่าสุด ทั้งเครื่องซักผ้า ตู้เย็น และระบบปรับอากาศ
ภายในงานยังเปิดให้ชม Samsung Business Experience Studio (BES) แห่งใหม่ ซึ่งจำลองการใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการศึกษา โรงแรม และอาคารเชิงพาณิชย์ สะท้อนแนวทางของซัมซุงที่ต้องการขยายการใช้ AI ให้ครอบคลุมทั้งผู้บริโภคทั่วไปและองค์กรธุรกิจ
ซัมซุงเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศ HVAC ให้ครอบคลุมตั้งแต่บ้านพักอาศัยไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อกับ SmartThings เพื่อเพิ่มความสะดวกในการควบคุมและจัดการพลังงาน อีกทั้งการเข้าซื้อ FläktGroup ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ HVAC จากยุโรป ยังช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center)

หนึ่งในไฮไลต์คือ Bespoke AI WindFree Pro Air Conditioner ที่ใช้เทคโนโลยี WindFree พร้อมฟีเจอร์ AI Motion Wind ซึ่งปรับทิศทางลมตามพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ ขณะที่ WindFree Wearable Good Sleep สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่ที่รองรับ เพื่อนำข้อมูลสัญญาณชีพจรระหว่างนอนหลับมาช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมตลอดคืน
นอกจากนี้ ซัมซุงยังเผยโฉมเครื่องปรับอากาศสำหรับบ้านรุ่นใหม่ปี 2027 ล่วงหน้า โดยมาพร้อมดีไซน์โค้งมนและพื้นผิวสัมผัสคล้ายผ้า พร้อมฟีเจอร์ AI เช่น AI Energy Mode ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและจัดการพลังงาน
สำหรับตลาดธุรกิจ ซัมซุงนำเสนอโซลูชันเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานหนัก เช่น โรงแรมและธุรกิจบริการ
เครื่องซักผ้าความจุ 18 กก. สามารถซักผ้าปริมาณมากและชุดเครื่องนอนขนาดคิงไซซ์ โดยใช้เวลาซักปกติประมาณ 36 นาที พร้อมเทคโนโลยี Bubble Wash ช่วยทำความสะอาดคราบและผงซักฟอก ส่วนเครื่องอบผ้าขนาด 14 กก. ใช้ระบบระบายอากาศและสามารถอบผ้าปริมาณมากได้ภายในประมาณ 45 นาที ตามเงื่อนไขการทดสอบของผู้ผลิต

ด้านความทนทาน เครื่องซักผ้ามาพร้อมเทคโนโลยี Vibration Reduction Technology Plus (VRT+™) ที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน พร้อม Manager Mode สำหรับปรับการใช้น้ำและการล้าง รวมถึงการตรวจสอบสถานะเครื่องผ่าน Wi-Fi จากระยะไกล
ฟาก SmartThings Pro แพลตฟอร์ม IoT สำหรับธุรกิจของซัมซุง ช่วยเชื่อมโยงระบบปรับอากาศและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในอาคาร โรงแรม ร้านค้า และองค์กร ให้ผู้ดูแลสามารถควบคุมหลายพื้นที่ ตั้งค่าการทำงานอัตโนมัติ และติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดได้
ฝั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซัมซุงนำเสนอการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ AI ผ่านระบบนิเวศ SmartThings โดยมี Bespoke AI Refrigerator Family Hub เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญ

ตู้เย็นรุ่นนี้ใช้ AI Vision ที่ผสานการประมวลผลบนคลาวด์ เพื่อช่วยจดจำอาหารและวัตถุดิบได้หลากหลายชนิดและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมต่อกับ SmartThings Food เพื่อแนะนำสูตรอาหารจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในตู้เย็น
อีกหนึ่งฟีเจอร์คือ FoodNote ที่ช่วยสรุปพฤติกรรมการบริโภคและแนะนำรายการซื้อของเข้าบ้าน ทำให้ผู้ใช้วางแผนมื้ออาหารและจัดการวัตถุดิบได้สะดวกขึ้น
ซัมซุงยังเน้นการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ใช้งานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์รุ่นที่รองรับจะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์นานสูงสุด 7 ปี พร้อมยกระดับฟีเจอร์อย่าง AI Vision และ Now Brief บนตู้เย็นบางรุ่น
ส่วนผู้ช่วยเสียง Bixby ได้รับการปรับปรุงให้รองรับการสั่งงานด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ส่วนบริการ Home Appliances Remote Management (HRM) ช่วยวินิจฉัยและแนะนำวิธีแก้ปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าจากระยะไกล หากต้องเรียกช่างเข้าตรวจสอบ ก็สามารถช่วยให้ช่างเตรียมข้อมูลการวินิจฉัยล่วงหน้าได้
การจัดงาน The Brief 2026 จึงสะท้อนทิศทางของซัมซุงในการนำ AI มาเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและบริการเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การใช้ชีวิตในบ้านไปจนถึงการบริหารจัดการอาคารธุรกิจ โดยมุ่งเพิ่มความสะดวก ประสิทธิภาพ และการควบคุมพลังงานให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น
ใครที่สนใจชิ้นไหนดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของซัมซุงได้ที่ Samsung.com






