แม้ว่า Google จะยังไม่เปิดตัว Pixel 11 บนเวทีอย่างเป็นทางการ แต่บริษัทก็ได้เปิดพรีออเดอร์ Pixel 11 ทั้ง 3 รุ่นผ่านหน้าเว็บไซต์พร้อมเผยสเปกและฟีเจอร์ต่าง ๆ ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยรุ่นนี้มีการอัปเกรดสเปกขึ้นมา และเพิ่มฟีเจอร์ AI เข้าไปด้วย
จอและชิป
Pixel 11 ซีรีส์ มีทั้งหมด 3 โมเดลย่อย ได้แก่ Pixel 11, Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL แต่ละรุ่นมีขนาดหน้าจอดังนี้
Pixel 11 : หน้าจอ Actua ขนาด 6.3 นิ้ว รีเฟรชเรต 60-120Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 3,000 nits
Pixel 11 Pro : หน้าจอ Super Actua ขนาด 6.3 นิ้ว รีเฟรชเรต 1-120Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 3,600 nits
Pixel 11 Pro XL : หน้าจอ Super Actua ขนาด 6.8 นิ้ว รีเฟรชเรต 1-120Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 3,600 nits
ด้านชิปประมวลผลเป็น Tensor G6 มาพร้อม CPU 7 ทั้งหมด 7 แกน ประหยัดพลังงานขึ้น 20%, โหลดแอปเร็วขึ้น 15% และท่องเว็บได้เร็วขึ้น 25% ที่สำคัญคือการอัปเกรดหน่วยประมวลผล AI (TPU) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 50% และแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อทำงานร่วมกับ Gemini Nano โมเดลใหม่ จะทำให้ประมวลผลฟีเจอร์ AI ได้เร็วขึ้นถึง 3.5 เท่า แต่ใช้พลังงานน้อยลง 3.5 เท่า และอัปเกรด ISP ทำให้รองรับการถ่ายวิดีโอ Portrait ระดับ 4K ได้เป็นครั้งแรก
กล้อง
แน่นอนว่ากล้องยังคงเป็นจุดขายสำคัญของ Pixel 11 โดยปีนี้มีการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ด้วยเหมือนกัน
Pixel 11 : ได้รับการอัปเกรดเซนเซอร์กล้องหลัก 48MP ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 1/1.56 นิ้ว รับแสงดีขึ้น 56% ทำงานร่วมกับกล้อง Ultrawide 13MP และกล้อง Telephoto 10.8MP ซูม 5x) ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 10.5MP
Pixel 11 Pro และ Pro XL : จัดเต็มด้วยกล้องหลักความละเอียด 50MP, กล้อง Ultrawide 48MP และกล้อง Telephoto 5x 48MP ที่อัปเกรดขนาดเซนเซอร์ใหญ่ขึ้นเป็น 1/1.95 นิ้ว รับแสงในที่มืดได้ดีขึ้น 30% ส่วนกล้องหน้าอัปเกรดเป็น 42MP
อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ LED HiLight Notifications หรือไฟแจ้งเตือน LED อีกด้วย นอกจากฮาร์ดแวร์แล้ว Google ยังเพิ่มฟีเจอร์กล้องที่น่าสนใจเข้ามาด้วยเช่นกัน
Camera Looks : ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกและปรับแต่งโทนสีภาพ (Photo profile) ก่อนถ่ายได้เอง เช่น Original, Natural, Shadows, และ Vanilla รวมไปถึงการจำลองสไตล์ภาพฟิล์ม
Magic Capture : คล้ายฟีเจอร์ Single Take ของ Samsung เมื่อกดถ่าย ระบบจะบันทึกวิดีโอ 1080p สั้นๆ และเลือกภาพนิ่งแบบ HDR+ ที่ดีที่สุด 5 ภาพออกมาให้โดยอัตโนมัติ (ในรุ่น Pro สามารถใช้ Video Boost ทำเป็นวิดีโอ 4K ได้)
Creator Suite : ชุดเครื่องมือสำหรับนักสร้างคอนเทนต์ เช่น Refine with Storyboard (ตัดต่อวิดีโอ), Project Folders และฟีเจอร์ Teleprompter (อ่านสคริปต์หน้าจอ) ที่จับจังหวะความเร็วในการพูดและหยุดตามผู้ใช้งานได้จริง
Pro Stable Video : ฟีเจอร์กันสั่นผ่านระบบ Cloud-based Video Boost สำหรับวิดีโอที่มีการสั่นไหวสูง (เฉพาะรุ่น Pro)
Instant Night Sight : โหมดถ่ายภาพกลางคืนที่เร็วกว่าเดิมถึง 4.5 เท่า (เฉพาะรุ่น Pro เท่านั้น)
ด้านแบตเตอรี่ Pixel 11 มีแบตเตอรี่ 4,985mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 30W, Pixel 11 Pro มีแบตเตอรี่ 4,850mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 30W และ Pixel 11 Pro XL มีแบตเตอรี่ 5,115mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 45W โดยทั้ง 3 รุ่นรองรับชาร์จไร้สายแบบแม่เหล็ก Pixelsnap ด้วยมาตรฐาน Qi2.2 ที่ความเร็วสูงสุด 25W
Gemini Intelligence: ยกระดับ AI
จุดเด่นสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อน Pixel 11 ซีรีส์คือ Gemini Intelligence ซึ่งเป็น AI ระดับระบบปฏิบัติการ ทำงานร่วมกับชิป Tensor G6 และโมเดลภาษาขนาดเล็ก (Gemini Nano) เพื่อช่วยให้ผู้ใช้จัดการสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้นแบบอัตโนมัติ โดยมีฟีเจอร์เด่น ได้แก่:
สั่งงานข้ามแอปได้อัตโนมัติ : Gemini ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยการสามารถทำงานหลายขั้นตอนข้ามแอปพลิเคชันได้ เช่น คุณสามารถสั่งให้สร้างตะกร้าช้อปปิ้งจากรายการในแอปโน้ต, จองคลาสออกกำลังกาย, ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต หรือแม้แต่ถ่ายรูปโบรชัวร์ท่องเที่ยวแล้วสั่งให้ Gemini ค้นหาและเปรียบเทียบทริปลักษณะเดียวกันบนแพลตฟอร์มจองที่พักได้ทันที
ผู้ช่วยใน Chrome : Gemini บนเบราว์เซอร์ Chrome จะไม่ได้แค่ช่วยสรุปหน้าเว็บหรือค้นคว้าข้อมูลเท่านั้น แต่ยังพัฒนาไปถึงขั้นช่วยจัดการงานน่าเบื่อแทนได้ เช่น การคลิกกรอกข้อมูลนัดหมาย หรือการจองที่จอดรถ
Autofill ที่ฉลาดและเข้าใจบริบท : ระบบ Autofill with Google จะใช้ AI ทำความเข้าใจบริบทการกรอกแบบฟอร์มที่ซับซ้อน โดยดึงข้อมูลส่วนตัวหรือรายละเอียดจากแอปอื่น ๆ มาช่วยกรอกให้ครบถ้วนอย่างรวดเร็ว (ผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดฟีเจอร์นี้ได้เพื่อความเป็นส่วนตัว)
Rambler ใน Gboard : หมดปัญหาการพูดติดขัด ฟีเจอร์ Rambler จะช่วยถอดเสียงพูดแบบเรียลไทม์ และเรียบเรียงประโยคที่มีคำว่า เอ่อ, อ่า หรือคำพูดซ้ำซ้อน ให้กลายเป็นข้อความที่สละสลวย กระชับ และเป็นธรรมชาติที่สุด
Create My Widget : หน้าจอโฮมจะปรับแต่งได้อิสระกว่าเดิม คุณสามารถพิมพ์หรือพูดบอก AI ให้สร้าง Widget เฉพาะตัวขึ้นมาใหม่ได้ เช่น สร้าง Widget รายงานสภาพอากาศที่โชว์เฉพาะความเร็วลมสำหรับนักปั่นจักรยาน หรือ Widget แนะนำเมนูอาหารโปรตีนสูงประจำสัปดาห์
Pixel 11 ซีรีส์จะมาพร้อมกับ Android 17 ตั้งแต่แกะกล่อง โดย Google ยังคงรักษามาตรฐานการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยมคือการันตีอัปเดต Android และแพตช์ความปลอดภัยให้นานถึง 7 ปีเต็ม สุดท้ายคือราคา แบบที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้โลกเรากำลังเจอวิกฤตราคาแรม ส่งผลให้ Pixel 11 ซีรีส์มีการปรับราคาเริ่มต้นสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในรุ่น Pixel 11 และ Pixel 11 Pro จะได้รับการอัปเกรดความจุเริ่มต้นเพิ่มขึ้นเป็น 256GB
Pixel 11: ราคาเริ่มต้น 899 เหรียญ หรือประมาณ 31,500 บาท สำหรับรุ่น 12GB/256GB
Pixel 11 Pro: ราคาเริ่มต้น 1,099 หรือประมาณ 38,500 บาท สำหรับรุ่น 12GB/256GB
Pixel 11 Pro XL: ราคาเริ่มต้น 1,299 หรือประมาณ 45,500 บาท สำหรับรุ่น 12GB/256GB