Apple Watch ช่วยนักวิจัย Harvard ศึกษาการเปลี่ยนผ่านสู่วัยทองในผู้หญิงได้

THE SUMMARY:

Apple Watch กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในงานวิจัยด้านสุขภาพขนาดใหญ่ โดยนักวิจัยจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ได้เผยแพร่งานวิจัยที่ใช้ข้อมูลการนอนจาก Apple Watch เพื่อศึกษาว่ารูปแบบการนอนของผู้หญิงมีเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) หรือ Perimenopause

การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของ Apple Women’s Health Study ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการวิจัยสุขภาพขนาดใหญ่ที่ Apple ให้การสนับสนุนผ่าน Apple Research โดยโครงการเหล่านี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019 บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่าง Harvard, Brigham and Women’s Hospital, American Heart Association และ University of Michigan ข้อมูลจาก Apple ระบุว่า ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โครงการวิจัยสุขภาพของ Apple มีผู้เข้าร่วมรวมกันมากกว่า 350,000 คนทั่วสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์สวมใส่อย่าง Apple Watch ไม่ได้เป็นเพียงแกดเจ็ตสำหรับติดตามการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำคัญสำหรับงานวิจัยสุขภาพได้ด้วย

งานวิจัยครั้งนี้ใช้ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการ Apple Women’s Health Study จำนวน 338 คน อายุระหว่าง 25–59 ปี โดยผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 45–59 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่กำลังจะเข้าสู่วัยทอง ซึ่งนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลการนอนที่ได้จาก Apple Watch รวมทั้งหมด 94,118 คืน ครอบคลุมช่วงเวลา 1 ปีก่อน และ 1 ปีหลัง นับจากประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่ผู้เข้าร่วมวิจัยได้บันทึกไว้ นอกจากข้อมูลจากเซนเซอร์ของ Apple Watch แล้ว การศึกษายังใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามเกี่ยวกับรอบเดือน สถานะของ perimenopause อาการที่ผู้เข้าร่วมรายงานด้วยตนเอง รวมถึงข้อมูลระยะเวลาการนอนและช่วงการนอนจาก Apple Watch

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยคือการดูว่าการนอนของผู้เข้าร่วมวิจัยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในช่วง perimenopause

ผลการศึกษาพบว่า ในช่วง 12 เดือนก่อนและ 12 เดือนหลังประจำเดือนครั้งสุดท้าย ผู้เข้าร่วมจำนวนมากมีการตื่นช่วงกลางคืนมากขึ้นและนานขึ้นกว่าเดิม หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่นักวิจัยใช้คือ WASO หรือ wake after sleep onset หมายถึงเวลาที่ตื่นหลังจากเริ่มหลับไปแล้ว ข้อมูลพบว่าในช่วง 18 เดือนก่อนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงที่มีข้อมูลติดตามการนอนกว่า 60% มีค่า WASO เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 7% อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่ได้มีอาการแบบนี้เหมือนกันหมด บางคนมีเวลาตื่นกลางคืนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่บางคนแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงของการนอนอย่างมีนัยสำคัญเลย

นอกจากเรื่องการนอนแล้ว ผู้เข้าร่วมวิจัยยังมีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นด้วย

  • ร้อนวูบวาบ พบ 82.3%
  • หงุดหงิดง่าย พบ 68.1%
  • อาการเหนื่อยใจ พบ 65.7%
  • อาการทางเพศ พบ 65.6%

นักวิจัยยังให้คำแนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาการนอนในช่วง perimenopause โดยเน้นหลักการดูแลสุขอนามัยการนอนและลดปัจจัยรบกวน ได้แก่

  • รักษาอุณหภูมิห้องนอนให้เย็นสบาย เพราะอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออกกลางคืนอาจรบกวนการนอน
  • เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา แม้ในวันหยุด เพราะตารางนอนที่สม่ำเสมอช่วยสนับสนุนนาฬิกาชีวภาพของร่างกายและส่งผลต่อคุณภาพการนอน
  • เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ เช่น กิจกรรมแบบลงน้ำหนักหรือแอโรบิกในระดับที่เหมาะสมกับร่างกาย เพราะมีส่วนช่วยต่อสุขภาพโดยรวม อารมณ์ และการนอน
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ และลดการดื่มน้ำมากเกินไปก่อนนอน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจส่งผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้บางคนปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นตอนกลางคืน

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือบทบาทของ Apple Watch ในงานวิจัยนี้ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บันทึกข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังสามารถช่วยสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้นักวิจัยเข้าใจสุขภาพผู้หญิงในชีวิตจริงได้มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงวัยที่มักถูกมองข้ามและพูดถึงน้อยอย่าง perimenopause และ menopause ครับ

ที่มา 9to5Mac

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...