
Hypershell เปิดตัว X Series รุ่นใหม่ ชุด exoskeleton ที่เสริมการทำงานด้วย AI สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างการเดินป่า ปีนเขา และกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
แม้ตลาด Exoskeleton สำหรับผู้บริโภคยังถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่ Hypershell กำลังพยายามผลักดันให้เทคโนโลยีนี้ก้าวจากการเป็น “ของล้ำยุค” ไปสู่การเป็นอุปกรณ์กลางแจ้งที่ใช้งานได้จริง

ซีรีส์ใหม่นี้ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย คือ Hypershell X Ultra S, Hypershell X Max S และ Hypershell X Pro S โดยทั้งหมดใช้ระบบควบคุมการเคลื่อนไหว HyperIntuition เวอร์ชันอัปเดต ที่ใช้ AI วิเคราะห์และตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่แบบเรียลไทม์ แทนการอ้างอิงเพียงรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า
ระบบใหม่นี้ช่วยให้การเคลื่อนไหว “เป็นธรรมชาติ” มากขึ้น และยังถือเป็นระบบ Exoskeleton แบบครบวงจรที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland เป็นครั้งแรกของโลก โดยสามารถทำค่าความแม่นยำในการซิงก์จังหวะการเดินได้สูงถึง 97.5% ในภูมิประเทศหลากหลายรูปแบบ
พูดง่ายๆ คือ ระบบ AI ได้ผ่านการทดสอบโดยองค์กรอิสระแล้วว่า สามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำและลื่นไหลในสภาพแวดล้อมจริง

ก่อนหน้านี้ Hypershell เคยได้รับคำชมเรื่องระบบช่วยเดินที่ตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติและช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างการเดินป่าระยะไกลได้จริง และในรุ่นใหม่นี้ บริษัทอ้างว่าระบบตอบสนองเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก โดยใช้เวลาเพียง 0.31 วินาที หรือเร็วขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 64.5%
ด้านพลังการทำงาน รุ่น X Ultra S และ X Max S มาพร้อมมอเตอร์ M-One Ultra รุ่นใหม่ ที่ให้กำลังสูงสุด 1000W และแรงบิด 22 N·m
รุ่นเรือธง X Ultra S ยังใช้วัสดุโลหะผสมไทเทเนียมเกรดอากาศยาน พร้อมคันโยกขาคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่ทุกรุ่นรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 และสามารถใช้งานได้ในอุณหภูมิตั้งแต่ -20°C ถึง 60°C ซึ่งทาง Hypershell มีแผนส่งมอบ Exoskeleton ให้หน่วยค้นหาและกู้ภัยกว่า 50 องค์กร เพื่อนำไปทดสอบในภารกิจจริงและเก็บข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมภายในปีนี้

นอกจากนี้ Adrianna Brownlee และ Gelje Sherpa กำลังใช้งานเทคโนโลยีของ Hypershell ระหว่างภารกิจพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทในการวางตำแหน่ง Exoskeleton ให้กลายเป็น “อุปกรณ์เสริมสมรรถนะ” สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างจริงจัง
ปัจจุบัน Hypershell X Series รุ่นใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้วในสหรัฐฯ แคนาดา จีน และออสเตรเลีย ผ่านช่องทางของบริษัท รวมถึงร้านค้าพันธมิตรอย่าง Amazon, Best Buy, Decathlon, B&H และ JD.com ราคารุ่น X Pro S เริ่มต้นอยู่ที่ 999 เหรียญ (32,600 บาท) ส่วนรุ่นท็อปอยู่ที่ 1,999 เหรียญ (65,200 บาท)
ที่มา t3





