
Google ประกาศอัปเกรด แอป Gemini ครั้งสำคัญ เปลี่ยนให้ AI กลายเป็น “ผู้ช่วย” ในชีวิตประจำวัน ด้วย UI ใหม่ที่ใช้งานง่าย การสรุปข้อมูลประจำวันเชิงรุก พร้อม Gemini Spark ที่จะช่วยจัดการสิ่งต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ต้องบอกว่าแอป Gemini มีการใช้งานเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน มีผู้ใช้งานมากกว่า 900 ล้านคนใน 230 ประเทศ และมากกว่า 70 ภาษา ที่ใช้ Gemini เพื่อขอความช่วยเหลือทุกเดือน เทียบกับปีก่อนที่มียอดผู้ใช้แค่ 400 ล้านคน ซึ่งในงาน Google I/O ปีนี้ก็มีการประกาศอัปเดตสำคัญ 5 ด้านหลักๆ

ปรับโฉมหน้าตาแอปใหม่ทั้งหมดด้วยแอนิเมชันที่ลื่นไหล สีสันสดใส และระบบโต้ตอบอัจฉริยะที่จะไม่ตอบกลับมาเป็นข้อความยาวๆ น่าเบื่ออีกต่อไป แต่จะผสมผสานทั้งรูปภาพ ไทม์ไลน์ และกราฟิกเคลื่อนไหวให้เข้าใจง่ายในพริบตา
นอกจากนั้นยังผสาน Gemini Live เข้ามาอยู่ในระบบหลัก ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับจากการพิมพ์ ไปสู่การพูดคุยกับ AI ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับปรุงระบบไมโครโฟนใหม่ ให้สนทนาเรื่องซับซ้อนได้ลื่นไหลโดยไม่ถูกขัดจังหวะ และเตรียมเพิ่มตัวเลือกสำเนียงท้องถิ่นในอนาคต เปิดใช้งานพร้อมกันทั้ง iOS, Android และ Desktop

โมเดลใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้คุณสั่งตัดต่อหรือสร้างวิดีโอคุณภาพสูงได้ง่ายๆ ผ่านการ “พิมพ์คุย” เช่น สั่งซูมเข้า หรือเปลี่ยนภาพพื้นหลัง เพื่อสร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือทักษะซับซ้อน แถมยังสร้าง “ร่างอวตาร (AI Avatar)” ที่หน้าและเสียงเหมือนตัวจริงของคุณได้อีกด้วย

เอเจนต์อัจฉริยะที่จะแอบทำงานอยู่เบื้องหลัง สรุปข้อมูลประจำวันที่ออกแบบมาให้เป็นเหมือนบรีฟข่าวเช้าส่วนตัว ช่วยดึงอีเมลสำคัญจาก Gmail เช็กตารางงานจาก Calendar แล้วสรุปเป็นข้อมูลสั้นๆ ที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ในทุกๆ เช้า
แถมยังสามารถจัดลำดับความสำคัญตามเป้าหมายของผู้ใช้ พร้อมแนะนำสิ่งที่ควรทำต่อได้แบบอัตโนมัติ และเรียนรู้ความต้องการของผู้ใช้เพิ่มเติมผ่านระบบให้คะแนนความพึงพอใจ

Gemini Spark คือ ก้าวสำคัญสู่โลกแห่ง “AI Agent” ที่สามารถสั่งให้ทำงานซับซ้อนแทนเราได้ เช่น ตรวจสอบใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตเพื่อหาค่าบริการแฝง หรือสรุปข้อมูลจากโรงเรียนของลูกแล้วส่งต่อให้คุณและคนรักโดยอัตโนมัติ แม้คุณจะปิดหน้าจอโทรศัพท์ไปแล้วก็ตาม!
ในช่วงฤดูร้อนนี้จะมีการเพิ่มฟีเจอร์และพาร์ตเนอร์ใหม่อีกจำนวนมากโดย Google เริ่มเชื่อมต่อ Gemini กับบริการภายนอกผ่านระบบ MCP ได้แก่ Canva, OpenTable และ Instacart เพื่อให้ Spark สามารถช่วยจัดการงานต่าง ๆ ได้อัตโนมัติมากขึ้น
ในอนาคต Spark จะรองรับความสามารถเพิ่มเติม เช่น การส่งข้อความและอีเมล การสร้างเอเจนต์ย่อยเฉพาะทาง และการใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้โดยตรง
สำหรับผู้ใช้ Mac สามารถดาวน์โหลดแอปมาใช้งานได้แล้ววันนี้ โดยเชื่อมต่อระบบเสียงอัจฉริยะที่เข้าใจเสียงพูดสดๆ ของคุณ แม้จะพูดติดอ่างหรือพูดไปคิดไป ให้กลายเป็นข้อความและงานเขียนที่สมบูรณ์แบบได้ทันที
ข้อมูลทั้งหมดของฟีเจอร์เชิงรุกอย่าง Gemini Spark และ Daily Brief จะทำงานภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ 100% โดยระบบจะขออนุญาตก่อนดำเนินการในเรื่องสำคัญ เช่น การส่งอีเมล หรือการใช้จ่ายเงิน นอกจากนี้ วิดีโอที่สร้างจากโมเดล Omni จะมีการฝังลายน้ำดิจิทัล SynthID เพื่อความโปร่งใส
ที่มา blog.google





