
นายชอง ยง-จิน ประธานกลุ่มบริษัท Shinsegae เจ้าของเชน Starbucks Korea ออกมายอมรับความผิดพลาด หลังพบพบทีมงานใช้ AI คิดแคมเปญโปรโมต “วันรถถัง” จนเกิดกระแสต้านทั่วประเทศ
คำขอโทษดังกล่าวเกิดขึ้นหลังบริษัทเปิดเผยผลสอบสวนภายใน กรณีแคมเปญโปรโมต “วันรถถัง (Tank day)” ของ Starbucks Korea ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้สัญญาอนุญาตของชินเซแก
แคมเปญแก้วน้ำลายรถถังถูกเปิดตัวเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์ลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมือง Gwangju ในปี 1980 ซึ่งถูกปราบปรามอย่างรุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมากตามตัวเลขทางการ
นายจอน ซัง-จิน ผู้บริหารของชินเซแก ระบุว่า ทีมงานให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการทำแคมเปญมากเกินไป จนไม่มีใครทักท้วงระหว่างขั้นตอนวางแผนและอนุมัติ
ผลสอบสวนพบว่า พนักงานบางส่วนใช้ AI เพื่อขอไอเดียสำหรับแคมเปญ โดยไม่ได้คำนึงถึงความอ่อนไหวของวันที่ 18 พฤษภาคม แม้ยังไม่ชัดเจนว่ามีการนำคำแนะนำจาก AI มาใช้โดยตรงหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ พนักงานหลายคนยืนยันว่าไม่มีเจตนาล้อเลียนเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และเพิ่งตระหนักถึงปัญหาหลังเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก
รายงานยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ 7 คนที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติแคมเปญ บางรายอนุมัติโดยไม่ได้เปิดดูไฟล์ดีไซน์ที่แนบมาในอีเมล ขณะที่ขั้นตอนตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมายซึ่งปกติจะต้องมี ถูกข้ามไปทั้งหมด
จอนยอมรับว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนถึง “การขาดความอ่อนไหวด้านสังคมและประวัติศาสตร์” ภายในองค์กร มากกว่าจะเป็นเพียงความผิดพลาดของพนักงานรายบุคคล
ดราม่าดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบริษัท ทั้งยอดขายที่ลดลง การปลดหัวหน้าสตาร์บัคส์เกาหลี รวมถึงการสอบสวนภายในเพิ่มเติม หลังสมาชิกทีมการตลาดบางส่วนปฏิเสธส่งมอบอุปกรณ์มือถือเพื่อตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยอ้างเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกัน ตำรวจเกาหลีใต้ก็เริ่มสอบสวนแยกต่างหาก และผู้ที่ถูกพบว่าจงใจล้อเลียนเหตุการณ์อาจเผชิญทั้งการไล่ออกและการดำเนินคดี
กระแสต่อต้านยังลุกลามออกไปในวงกว้าง โดย Lee Jae-myung ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ วิจารณ์แคมเปญดังกล่าวว่าเป็น “พฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมและน่าอับอาย” ผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะที่กระทรวงกลาโหมยุติความร่วมมือกับสตาร์บัคส์ทันที และเกิดกระแสคว่ำบาตรในโลกออนไลน์ รวมถึงวิดีโอทำลายแก้วสตาร์บัคส์ที่ถูกแชร์จำนวนมาก
ที่มา turkiyetoday







