
Meta เดินหน้าสู่การแข่งขัน AI ระดับสูง เปิดตัว Muse Wonder และ Muse Wonder Full โมเดล AI รุ่นใหม่จาก Superintelligence Lab ที่มีความสามารถสูงกว่า Muse Spark พร้อมยกระดับการทำงานที่ซับซ้อนอย่างการเขียนโค้ด และความสามารถในการจดจำข้อมูลผู้ใช้ในระยะยาว

Meta ระบุว่า โมเดลตระกูล Wonder มีขนาดใหญ่กว่า Muse Spark ซึ่งเน้นความเร็วและการตอบสนองที่รวดเร็ว โดยจากผลทดสอบที่บริษัทเปิดเผย Muse Wonder และ Wonder Full ทำคะแนน Benchmark ได้ในระดับใกล้เคียงกับ Fable 5.1 และ GPT-6 Astra พร้อมรับมือกับงานที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น
จุดเด่นคือ Active Memory หรือความสามารถในการจดจำและสังเคราะห์ข้อมูลที่ผู้ใช้เคยให้ไว้ เพื่อให้ AI เข้าใจบริบทและช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอบคำถามเป็นครั้ง ๆ โดย Meta ระบุว่า Muse Wonder ทำคะแนนทดสอบ MemoryBench ได้สูงกว่า Fable, Opus และ Astra ซึ่งเป็นการทดสอบด้านการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการสร้างระบบความจำ
ด้านการใช้งาน Muse Wonder เปิดให้เข้าถึงผ่าน Meta Model API โดยมีค่าบริการ 4 ดอลลาร์ต่ออินพุตโทเค็น 1 ล้านโทเค็น และ 20 ดอลลาร์ต่อเอาต์พุตโทเค็น 1 ล้านโทเค็น ส่วน Muse Wonder Full จะให้ใช้งานเฉพาะสมาชิก Muse Code และไม่มีให้บริการผ่าน API โดยทั้งสองโมเดลจะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อน Muse agent ด้วย
การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ Meta ในการพัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้า หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทเน้นโมเดลขนาดเล็กและระบบ AI Agent มากกว่า โดยโมเดลใหม่นี้ได้รับการฝึกฝนที่ศูนย์ข้อมูล Prometheus ในรัฐโอไฮโอ
ที่มา techcrunch






