
Meta บริษัทแม่ของ Facebook เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ลดพนักงานราว 1,395 ตำแหน่งในรัฐวอชิงตัน หรือประมาณ 20% ของพนักงานทั้งหมดในพื้นที่ซีแอตเติล เพื่อรองรับการลงทุนเชิงรุกด้าน AI ที่กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักของบริษัท
ข้อมูลการเลิกจ้างครั้งนี้เปิดเผยผ่านเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานด้านการจ้างงานของรัฐวอชิงตันเมื่อวันอังคาร ระบุว่าการปรับลดครั้งนี้กระทบหลายทีมสำคัญ ทั้ง Facebook, Instagram, WhatsApp ฝ่ายโฆษณา และทีมโครงสร้างพื้นฐาน

ก่อนการปรับลดในภูมิภาคซีแอตเติล บริษัทมีพนักงานประมาณ 7,000 คน โดยสำนักงานในย่าน Spring District เมืองเบลวิวได้รับผลกระทบมากที่สุด มีพนักงานถูกเลิกจ้างราว 699 คน ขณะที่สำนักงานอื่นในซีแอตเติลและเรดมอนด์ รวมถึงพนักงานรีโมตในรัฐ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การปลดพนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยกเลิกตำแหน่งงานว่าง และการโยกย้ายบุคลากรไปยังหน่วยงานที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดยเฉพาะสายงานที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์
ก่อนหน้านี้ Meta เปิดเผยแผนปรับโครงสร้างในบันทึกภายในเมื่อเดือนเมษายน โดยชี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร และรองรับการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งปีนี้บริษัทมีแผนใช้งบลงทุนสูงถึง 145,000 ล้านเหรียญ
การเลิกจ้างรอบล่าสุดจะมีผลในวันที่ 22 กรกฎาคม และนับเป็นอีกระลอกของการลดพนักงานในปีนี้ หลัง Meta เคยปลดพนักงานในรัฐวอชิงตันไปแล้วเกือบ 500 คนเมื่อต้นปี โดยเฉพาะทีม Reality Labs ที่ดูแลเทคโนโลยี AR และ VR ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

หากมองตั้งแต่ต้นปี 2026 Meta มีการเลิกจ้างอย่างน้อย 3 รอบ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 9,700 ตำแหน่ง เริ่มจากการลดพนักงานใน Reality Labs มากกว่า 1,000 คนในเดือนมกราคม ตามด้วยการลดอีกประมาณ 700 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม และการปลดพนักงานราว 8,000 คนทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า Meta กำลังเข้าสู่ “ยุค AI-first” อย่างเต็มตัว และพร้อมแลกกับต้นทุนจำนวนมากเพื่อเร่งแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง OpenAI, Google และ Microsoft ในสนาม AI ที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แม้ก่อนหน้านี้ Meta จะเดิมพันอย่างหนักกับโลก Metaverse ผ่าน Reality Labs แต่ทิศทางล่าสุดกลับชี้ชัดว่า AI กำลังกลายเป็น “ธุรกิจหลัก” ที่บริษัทให้ความสำคัญมากกว่า AR และ VR อย่างเห็นได้ชัด การลดคนในทีม Metaverse ต่อเนื่องหลายรอบจึงอาจสะท้อนว่า Meta กำลังปรับสมดุลใหม่ จากบริษัทที่เคยทุ่มอนาคตให้โลกเสมือน สู่การเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก
อีกด้านหนึ่ง การปลดพนักงานจำนวนมากในบริษัทเทคโนโลยีไม่ได้หมายความว่าธุรกิจกำลังชะลอตัวเสมอไป แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม เมื่อ AI สามารถเข้ามาแทนบางตำแหน่งงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และทำให้บริษัทต้องการ “คนจำนวนน้อยลง แต่เชี่ยวชาญมากขึ้น” โดยเฉพาะในสายวิศวกรรม AI ชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบแมชชีนเลิร์นนิง
สำหรับ Meta นี่อาจไม่ใช่แค่การลดต้นทุน แต่คือการ “ย้ายทรัพยากรครั้งใหญ่” เพื่อเดิมพันกับอนาคตของบริษัทในอีก 10 ปีข้างหน้า
ที่มา geekwire





