
ไมโครดราม่าหรือละครแบบแนวตั้งกำลังเป็นคอนเทนต์แนวใหม่ที่จีนบุกเบิก คอนเทนต์แนวนี้ถูกเรียกว่าทีวียุค TikTok เพราะเป็นซีรีส์ตอนสั้น ๆ แนวละครน้ำเน่า แต่ละตอนยาวเพียง 1-2 นาที และมักจบแบบค้างคาเพื่อดึงให้ผู้ชมดูตอนต่อไป
คอนเทนต์ลักษณะนี้เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในปี 2024 มีผู้รับชมคอนเทนต์ประเภทนี้ถึง 660 ล้านคนในประเทศจีน และกำลังเริ่มได้รับความนิยมในต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย เหตุผลสำคัญที่ไมโครดรามาเติบโตเร็ว คือโมเดลธุรกิจที่ต้นทุนต่ำ ผลิตเร็ว และทำกำไรได้ง่ายกว่าซีรีส์แบบดั้งเดิม ยิ่งยุค AI ยิ่งทำให้คอนเทนต์ออกมาได้อย่างรวดเร็วและต้นทุนต่ำลงกว่าเดิมมาก ๆ
ปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังเร่งใช้เครื่องมือ AI เพื่อทำให้ต้นทุนต่ำลงและผลิตผลงานออกมาได้เร็วขึ้นอีก แต่ประเด็นสำคัญคือบริษัทต่างชาติเริ่มตามจีนไม่ทัน เพราะบริษัทจีนจำนวนมากได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นอย่างจริงจัง เช่น เขตผู่ตงในเซี่ยงไฮ้ให้สตาร์ตอัปรับการสนับสนุนด้านการประมวลผลได้สูงสุด 300,000 หยวน หรือประมาณ 1.4 ล้านบาท ขณะที่เมืองอู่ฮั่นมีสินเชื่อเฉพาะ และอีกหลายพื้นที่ก็มีทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินอุดหนุน รวมถึงการเข้าถึง GPU เพื่อการประมวลผล AI ด้วย
นอกจากเงินสนับสนุนแล้ว จีนยังได้เปรียบจากขนาดของอุตสาหกรรมที่ใหญ่ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มสร้างเครื่องมือมารองรับการพัฒนาจนทำให้เกิดระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่ประเทศอื่นเลียนแบบได้ยาก บริษัทเหล่านี้ไม่ได้สร้างแค่เครื่องมือสำหรับผลิตคอนเทนต์ แต่กำลังพัฒนาระบบแบบครบวงจรที่รวมตั้งแต่การสร้างคอนเทนต์ การเขียนบท อัลกอริทึมแนะนำผู้ชม ไปจนถึงระบบโฆษณา ทำให้แพลตฟอร์มเดียวสามารถดูแลกระบวนการตั้งแต่ผลิตจนถึงเผยแพร่ได้ ผลลัพธ์คือบริษัทจีนสามารถผลิตคอนเทนต์ได้ในปริมาณมหาศาล อย่างเดือนมกราคม มีไมโครดรามาที่สร้างด้วย AI ถูกปล่อยออกมามากกว่า 470 เรื่องต่อวันเลยทีเดียว
ถ้าเทียบกับคอนเทนต์จากเกาหลี้แล้ว โมเดลการสร้างถือว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บริษัทเกาหลีเน้นการสร้างผลงานฟอร์มใหญ่ไม่กี่เรื่อง แต่จีนเลือกผลิตคอนเทนต์ถี่ ต้นทุนต่ำ และจำนวนมาก ซึ่งคอนเทนต์ราคาถูกและผลิตออกมาบ่อยอาจทำกำไรได้มากกว่าการทำคอนเทนต์ฟอร์มยักษ์ครั้งเดียว ซึ่งต้องพิจารณาด้วยว่าจะสามารถทำเงินได้ขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้ก็เริ่มเจอแรงกระแทกโดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิของนักแสดง อย่างกรณี iQiyi ซึ่งบริษัทระบุว่ามีนักแสดงมากกว่า 100 คนเข้าร่วมฐานข้อมูล AI talent แต่ต่อมาคนดังหลายรายออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เซ็นข้อตกลงให้ใช้ภาพลักษณ์หรือเสียงของตนในคอนเทนต์ AI แต่อย่างใด หน่วยงานกำกับดูแลของจีนก็เริ่มเข้ามาจับตาเรื่องนี้แล้ว โดยสำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีนได้ออกร่างกฎเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และคาดว่าจะมีกฎเพิ่มเติมในอนาคตอีก
การที่จีนขยับตัวอย่างยิ่งใหญ่แบบนี้ก็ทำเอาเกาหลีนั่งไม่สุขเหมือนกัน โดย Vigloo บริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ไมโครดรามาจากเกาหลีใต้กำลังทุ่มลงทุนด้าน AI อย่างจริงจังเพราะเชื่อว่า AI จะเปลี่ยนวิธีผลิตคอนเทนต์ได้ โดยตอนนี้บริษัทใช้งบประมาณราว 30% ไปกับระบบการทำงานที่ใช้ AI ผลที่ได้คือ บริษัทสามารถผลิตซีรีส์หนึ่งเรื่องได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือน และลดต้นทุนเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 5 เท่านั้น แต่ถึงแม้จะใช้ AI ช่วยผลิตคอนเทนต์ได้มากขึ้น แต่ Vigloo ก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันจากการแข่งขัน โดยเฉพาะจากจีนซึ่งมีอุตสาหกรรมไมโครดรามาขนาดใหญ่มาก อีกทั้งได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน
ที่มา SCMP





