HUAWEI เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในไทย นำโดยสมาร์ตวอตช์ WATCH FIT 5 Series, สมาร์ตโฟน nova 15 Max แบตอึด 8500mAh และแท็บเล็ต MatePad Pro Max
Ceei พร้อมเสิร์ฟเนื้อหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบย่อยง่าย ใกล้ชีวิตประจำวัน
HUAWEI เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในไทย นำโดยสมาร์ตวอตช์ WATCH FIT 5 Series, สมาร์ตโฟน nova 15 Max แบตอึด 8500mAh และแท็บเล็ต MatePad Pro Max
Thales เผยตัวเลขบอตมีสัดส่วนมากกว่า 53% ของทราฟฟิกบนอินเทอร์เน็ต แซงหน้าการใช้งานของมนุษย์เป็นครั้งแรก ปัจจัยหลักเกิดจากการเติบโตของ AI และระบบอัตโนมัติ รายงานจาก Thales Bad Bot 2026 เผยทราฟฟิกบนอินเทอร์เน็ตในปี 2025 พบว่าปริมาณการใช้งานเว็บมากกว่า 53% มาจากบอต เรียกว่าเพิ่มขึ้นจาก 51% ในปีก่อน ส่วนกิจกรรมจากมนุษย์ลดลงเหลือ 47% สาเหตุสำคัญมาจากการเติบโตของระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่น่ากลัวคือมีบอตที่เป็นอันตรายคิดเป็นถึง 40% ของทราฟฟิกเว็บทั้งหมด รวมถึงพบการโจมตีด้วยบอต AI
TikTok เปิดให้ผู้ใช้จ่ายเงินเพื่อใช้งานแบบ “ไม่มีโฆษณา” เป็นครั้งแรก ประเดิมให้บริการในสหราชอาณาจักรที่แรก จ่ายเดือนละ 3.99 ปอนด์ (175 บาท) แพ็กเกจใหม่นี้ใช้ชื่อว่า TikTok Ad-Free คิดค่าบริการเดือนละ 3.99 ปอนด์ (175 บาท) สำหรับผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งแพ็กเกจนี้จะเป็นเพียงตัวเลือกเสริม ผู้ใช้ยังสามารถใช้งาน TikTok แบบฟรีที่มีโฆษณาได้ตามปกติ ฟีเจอร์นี้จะทยอยเปิดให้ผู้ใช้เห็นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และสามารถเปิดหรือยกเลิกการสมัครได้ตลอดผ่านเมนูตั้งค่าในแอป เมื่อสมัครใช้งาน ทุกอย่างในแอปจะเหมือนกับผู้ใช้ฟรี ไม่มีฟีเจอร์พิเศษเพิ่มเติม
กลุ่มข่าวกรองภัยคุกคามของ Google หรือ GTIG สามารถสกัดความพยายามของแฮกเกอร์ที่นำ AI มาใช้วางแผนโจมตีช่องโหว่ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ได้สำเร็จ GTIG ระบุว่า มี “ความมั่นใจสูง” ว่าพบการใช้ AI เพื่อค้นหาและโจมตีช่องโหว่แบบ Zero-day ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่นักพัฒนายังไม่รู้ตัว พร้อมทั้งพยายามสร้างวิธีหลบเลี่ยงระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) กลุ่มผู้ไม่หวังดีมีแผนใช้เทคนิคดังกล่าวในการโจมตีครั้งใหญ่ แต่ระบบตรวจจับและป้องกันเชิงรุกของบริษัทอาจช่วยหยุดการโจมตีไว้ได้ก่อน แต่ทาง Google ไม่ได้เปิดเผยชื่อกลุ่มแฮกเกอร์ และยืนยันว่าไม่ได้พบการใช้โมเดล Gemini ของตนในการโจมตีครั้งนี้ รายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แฮกเกอร์เริ่มใช้เครื่องมือ AI อย่าง
ดูอา ลิป้า (Dua Lipa) ได้ยื่นฟ้อง Samsung ค่าเสียหายกว่า 15 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 484 ล้านบาท
Sharp Corporation จับมือกับ NBS ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมความงามสำหรับร้านซาลอน พัฒนา FE-EP600 เครื่องกำจัดขนสำหรับใช้ในบ้านรุ่นใหม่ ที่นำเทคโนโลยี “JeweL Cooling” แบบเดียวกัยบรุ่นมืออาชีพมาใส่ไว้ในเครื่องขนาดกะทัดรัด FE-EP600 คือเครื่องจำกัดขนด้วยแสงเลเซอร์ จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ระบบทำความเย็นระดับมืออาชีพและกำลังไฟสูง ช่วยลดการระคายเคืองขณะใช้งาน ด้วยพื้นผิวปล่อยแสงที่ใช้ “คริสตัลแซฟไฟร์” ซึ่งมีคุณสมบัติส่งผ่านแสงได้ดีและถ่ายเทความเย็นได้รวดเร็ว สามารถลดอุณหภูมิพื้นผิวลงเหลือราว 10 องศาเซลเซียส ทำให้ยิงแสงได้แรงขึ้นแต่ยังคงรู้สึกสบายผิว ตัวเครื่องมาพร้อม 2 โหมดการใช้งาน ได้แก่ “โหมดผมหนา” สำหรับเส้นขนหนา
ใครที่ใช้ AI ต้องระวังให้ดี นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์พบคนร้ายสร้างเว็บปลอม Claude แถมใช้งานได้จริง พร้อมหลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดมัลแวร์ลงเตรื่อง นักวิจัยจาก Sophos ระบุว่า เว็บไซต์นี้เลียนแบบทั้งโลโก้ ฟอนต์ การจัดวางหน้าเว็บ และอินเทอร์เฟซของ Claude ได้ใกล้เคียงกับของจริงมาก จนผู้ใช้ทั่วไปแทบแยกไม่ออก นอกจากนี้ยังมีการใส่รีวิวปลอม แพ็กเกจสมัครสมาชิกปลอม และข้อความโฆษณาที่ดูเป็นมืออาชีพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะกับกลุ่มนักพัฒนาและผู้ที่สนใจเครื่องมือ AI เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม ระบบจะเริ่มฝังไฟล์อันตรายลงในเครื่องทันที โดยหนึ่งในไฟล์อันตราย คือ “NOVupdate.exe” ที่ปลอมตัวเป็นโปรแกรมอัปเดตแอนติไวรัส จากนั้นจะใช้เทคนิค
Microsoft เผยประชากรวัยทำงานทั่วโลกกว่า 17.8% เริ่มใช้ Generative AI แต่ช่องว่างด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนากลับยิ่งขยายตัวมากขึ้น ในไตรมาสแรกของปี 2026 กลุ่มประชากรอายุ 15-64 ปีในประเทศพัฒนาแล้วมีการใช้งาน AI สูงถึง 27.5% ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่ 15.4% โดยช่องว่างดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปี 2025 รายงานระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และทักษะดิจิทัลพื้นฐาน รวมถึงข้อจำกัดด้านภาษา เนื่องจากโมเดล AI ชั้นนำส่วนใหญ่ถูกพัฒนาในสหรัฐฯ และทำงานกับภาษาอังกฤษได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
FCC หน่วยงานกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ เสนอให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ทุกประเภทต้อง “ยืนยันตัวตนลูกค้า” ก่อนเปิดใช้งานเบอร์ใหม่ เพื่อลดปัญหา robocall และสายหลอกลวง เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา FCC มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายมือถือแบบดั้งเดิมหรือบริการ VoIP ต้องตรวจสอบตัวตนของลูกค้าก่อนเปิดใช้งานเบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลที่อาจต้องใช้ในการยืนยันตัวตน ได้แก่ บัตรประชาชนหรือเอกสารราชการ ที่อยู่จริง ชื่อตามกฎหมาย และหมายเลขโทรศัพท์เดิม โดย FCC ระบุว่าเป้าหมายหลักคือการสกัดการโทรหลอกลวงและเครือข่าย robocall ที่สร้างความเสียหายมานานหลายปี แต่นักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวมองว่า นี่อาจเป็นจุดสิ้นสุดของ “หมายเลขโทรศัพท์กึ่งนิรนาม”






