
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศรายงานว่า OpenAI หรือบริษัทผู้พัฒนา ChatGPT ได้สั่งซื้อ Mac mini และ Mac Studio เป็นจำนวนมากจาก Apple เพื่อนำมาพัฒนา AI ของบริษัทโดยเฉพาะ
จุดประสงค์หลักที่ OpenAI กว้านซื้อ Mac จำนวนมากขนาดนี้ คือการนำไปใช้ในกระบวนการ Reinforcement Learning เพื่อฝึกฝน Computer-use agents ซึ่งเป็น AI ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถโต้ตอบกับซอฟต์แวร์ได้เหมือนมนุษย์ โดย AI ประเภทนี้สามารถ เขียนและทดสอบโค้ด, จัดการอีเมล, รวมถึงการทำงานที่มีหลายขั้นตอนได้ด้วยตัวเอง การเรียนรู้แบบ Reinforcement Learning จะช่วยให้ AI พัฒนาตัวเองจากการทำซ้ำ ๆ และจากการเรียนรู้ข้อผิดพลาดได้
ด้านคู่แข่งอย่าง Anthropic ก็เลือกใช้ฮาร์ดแวร์จาก Apple เช่นกัน แต่แนวทางจะแตกต่างไปจาก OpenAI โดย Anthropic เลือกเช่าพื้นที่การประมวลผลของ Mac mini ผ่านบริการ Amazon Web Services (AWS) แทนที่จะซื้อเครื่องขาดแบบ OpenAI

เหตุผลหลักที่ทำให้ Mac ของ Apple ตอบโจทย์การทำงานนี้มาจากสถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) ของชิป Apple Silicon แตกต่างจากระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่จะแยกหน่วยความจำของระบบหลักออกจากหน่วยความจำของการ์ดจออย่างชัดเจน แต่ชิปของ Apple ทำให้ทั้ง CPU และ GPU สามารถเข้าถึงหน่วยความจำเดียวกันได้พร้อมกัน
สถาปัตยกรรมนี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการประมวลผลที่ต้องสลับไปมาระหว่างโมเดล AI กับระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์บ่อยๆ นอกจากนี้ Mac mini และ Mac Studio ยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Active Cooling ที่ดีเยี่ยม ทำให้เหมาะกับการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Mac จะมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Mac จะเข้ามาแทนที่ GPU ของ Nvidia แต่อย่างใด เนื่องจากการฝึกฝน Foundation Model ขนาดใหญ่ยังคงต้องการพลังประมวลผลที่สูงกว่ามาก
ในไตรมาสล่าสุด ธุรกิจ Mac ของ Apple ทำรายได้ไปถึง 10,400 ล้านเหรียญ โตขึ้น 29% จากปีก่อนหน้า ซึ่งความต้องการของตลาดองค์กรที่พุ่งสูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึงอาจเป็นตัวเร่งที่ทำให้ Apple ตัดสินใจเปิดตัว Mac mini และ Mac Studio รุ่นใหม่เร็วกว่ากำหนดการปกติ โดยรุ่นใหม่จะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพในการรันโมเดล AI ในตัวเครื่อง (Local AI) และการผสานรวมหลายระบบเข้าด้วยกัน แต่ด้วยความต้องการของตลาดที่สูงก็อาจส่งผลต่อปัญหาด้านซัปพลายเชนโดยเฉพาะแรมที่ตอนนี้แพงขึ้นมามาก
ที่มา Techrepublic






