มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเพลง แอบเพิ่มเข้าหน้า Spotify ศิลปินดัง หวังโกยค่าลิขสิทธิ์

THE SUMMARY:

พบช่องโหว่ระบบเผยแพร่เพลงเปิดทางให้มิจฉาชีพสร้างเพลงด้วย AI แล้วแอบอ้างเป็นศิลปินตัวจริง ก่อนนำไปลง Spotify และแพลตฟอร์มสตรีมมิงอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้

404 Media รายงานเปิดเผยช่องโหว่ที่กำลังสร้างปัญหาให้วงการเพลง เมื่อผู้ไม่หวังดีสามารถนำเพลงปลอมไปเพิ่มในหน้าโปรไฟล์ของศิลปินตัวจริงบน Spotify และแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ โดยใช้ Generative AI สร้างเพลงคุณภาพต่ำ ก่อนอาศัยระบบของบริการเผยแพร่เพลงดิจิทัลเพื่อแอบอ้างตัวตนของศิลปิน

Suno

กระบวนการทำค่อนข้างง่าย เริ่มจากสร้างเพลงผ่านเครื่องมืออย่าง Suno หรือ Udio จากนั้นใช้ AI สร้างภาพปกอัลบั้ม แล้วนำเพลงไปเผยแพร่ผ่านบริการอย่าง DistroKid โดยระบุชื่อศิลปินตัวจริง เมื่อผ่านระบบ เพลงก็สามารถไปปรากฏบน Spotify, Tidal, Apple Music และ Amazon Music ในฐานะผลงานใหม่ของศิลปินคนนั้น

ปัญหาไม่ได้จบแค่เรื่องเพลงปลอม เพราะ รายได้จากการสตรีมสามารถไหลไปยังผู้ที่นำเพลงไปเผยแพร่ แทนที่จะเป็นศิลปินตัวจริง อีกทั้งการใช้ชื่อศิลปินที่มีฐานแฟนอยู่แล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้เพลงได้รับการฟังมากกว่าเพลง AI ทั่วไป

404 Media ทดสอบกระบวนการนี้ร่วมกับวง Lathe of Heaven จากบรูคลิน พบว่าสามารถทำให้เพลงปลอมไปปรากฏในแคตตาล็อกของศิลปินได้จริง ขณะที่ Spotify ยอมรับว่าโปรไฟล์ของศิลปินที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ

กลุ่มที่น่ากังวลคือศิลปินรายเล็กและศิลปินที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะไม่มีทีมงานคอยตรวจสอบและแจ้งปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่วง Odette Child ระบุว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พวกเขาพบเพลงที่สร้างโดย AI มากกว่า 300 เพลง ซึ่งแอบอ้างเป็นผลงานของศิลปินหลายราย รวมถึงศิลปินชื่อดังและนักดนตรีแจ๊สที่เสียชีวิตไปแล้ว

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์น่ากังวลมากขึ้นคือ Generative AI ทำให้การผลิตเพลงปลอมทำได้ในปริมาณมหาศาล จากเดิมที่มิจฉาชีพต้องสร้างและอัปโหลดเพลงทีละเพลง ปัจจุบันสามารถผลิตผลงานจำนวนมากได้ภายในเวลาอันสั้น โดยมีการประเมินว่าเพลงที่สร้างด้วย AI ถูกอัปโหลดขึ้น Spotify สูงถึงประมาณ 50,000 เพลงต่อวัน

ด้าน Spotify ระบุว่ากำลังพัฒนาเครื่องมือให้ศิลปินสามารถตรวจสอบและยืนยันผลงานก่อนที่จะถูกเชื่อมเข้ากับโปรไฟล์ของตัวเอง แต่ขณะนี้ยังอยู่ในช่วง Limited Beta พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายเพื่อสกัดกั้นเพลงที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง

นอกจากนี้ Spotify ยังเพิ่มระบบ Verification Badge และระบบกรองสแปม เพื่อรับมือกับการอัปโหลดจำนวนมาก เพลงซ้ำ การปั่นผลการค้นหา เพลงที่สั้นผิดปกติ และเนื้อหาคุณภาพต่ำ

ด้าน Amazon Music ก็ระบุว่ากำลังพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับและระบบติดตามตรวจสอบ รวมถึงทำงานร่วมกับพันธมิตรและเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ที่มา: engadget

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...