
OpenAI เปิดให้ใช้งาน ChatGPT Health สำหรับผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไปในสหรัฐฯ ช่วยตอบคำถามด้านสุขภาพโดยอ้างอิงข้อมูลสุขภาพส่วนตัวที่ผู้ใช้เชื่อมต่อไว้ เช่น Apple Health และเวชระเบียนจากโรงพยาบาล พร้อมย้ำว่า AI เป็นเพียงผู้ช่วย ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ได้
OpenAI ระบุว่าปัจจุบันมีการถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพผ่าน ChatGPT มากถึง 300 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้นจาก 230 ล้านครั้งเมื่อต้นปี และพบว่ากว่า 70% ของคำถามด้านสุขภาพเกิดขึ้นในแชตทั่วไป ไม่ใช่ในศูนย์กลางสุขภาพโดยเฉพาะ
ฟีเจอร์ ChatGPT Health จะช่วยตอบคำถามด้านสุขภาพได้แม่นยำและเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากบริการสุขภาพต่าง ๆ เช่น Apple Health, MyFitnessPal, Function Health รวมถึงเวชระเบียนจากระบบโรงพยาบาลอย่าง Epic และ Oracle Health
เดิมทีการใช้งานต้องเข้าไปที่ศูนย์กลางด้านสุขภาพโดยเฉพาะ แต่ล่าสุด ChatGPT สามารถนำข้อมูลสุขภาพที่ผู้ใช้อนุญาตมาใช้ตอบคำถามในแชตทั่วไปได้ เช่น การวางแผนอาหาร การออกกำลังกาย หรือการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับอาการแพ้
โมเดล AI รุ่นใหม่อย่าง GPT-5.6 Luna มีประสิทธิภาพด้านการตอบคำถามสุขภาพดีกว่ารุ่นก่อนในการทดสอบ HealthBench ซึ่งเป็นชุดทดสอบที่พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ พร้อมยืนยันว่า ไม่นำข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ไปใช้ฝึกโมเดล AI
OpenAI ย้ำว่า ChatGPT ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับวินิจฉัยหรือรักษาโรค แนะนำให้ผู้ใช้ใช้ข้อมูลจาก AI เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น โดยควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนตัดสินใจเรื่องการรักษา ช่วงแรกนี้ ChatGPT Health เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งแพ็กเกจ Free, Go, Plus และ Pro บนเว็บและ iOS ก่อนขยายไปยังผู้ใช้งานกลุ่มอื่นในอนาคต
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลัง OpenAI ถูกฟ้องร้องในสหรัฐฯ จากกรณีที่มีการกล่าวหาว่า ChatGPT ให้คำแนะนำด้านสุขภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดขอบเขตการใช้งาน AI ในด้านการแพทย์
ที่มา techcrunch






