BDI สั่งลุยเชื่อม 118 ชุดข้อมูลรับมือภัยพิบัติ ขีดเส้นหน่วยงานรัฐส่งข้อมูลใน 60 วัน

THE SUMMARY:

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เดินหน้าเชื่อมโยง 118 ชุดข้อมูลดิจิทัลด้านการจัดการภัยพิบัติจากหน่วยงานรัฐ เข้าสู่ระบบกลาง เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว หลังระเบียบสำนักนายกฯ มีผลบังคับใช้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569 ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีชุดข้อมูลด้านภัยพิบัติ และสถานการณ์ฉุกเฉินจำนวน 118 ชุด ต้องเชื่อมโยง และนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบกลางภายใน 60 วัน โดยหากหน่วยงานใดไม่พร้อม ให้ประสานหารือกับ BDI ภายใน 15 วัน เพื่อกำหนดแผนร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นกติกากลางในการแบ่งปันข้อมูลภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน

เพื่อรองรับภารกิจดังกล่าว BDI ได้นำแพลตฟอร์ม D2 (Data Integration and Intelligence) มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ระบบนี้ ทำงานโดยเชื่อมข้อมูลตามสิทธิและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงาน โดยไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลทั้งหมดมารวมไว้ที่เดียวกัน แต่ยังสามารถประมวลผลเพื่อการวิเคราะห์ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งข้อมูลทั้ง 118 ชุดนี้ครอบคลุมตั้งแต่สภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ พื้นที่เสี่ยง ข้อมูลด้านสุขภาพ ไปจนถึงเส้นทางคมนาคม

การบูรณาการข้อมูลผ่านระบบกลาง จะช่วยยกระดับการจัดการภัยพิบัติแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ที่จะช่วยคาดการณ์และแจ้งเตือนประชาชน ระหว่างเกิดเหตุ ที่ทำให้เห็นภาพรวมพื้นที่และจัดสรรทรัพยากรช่วยเหลือได้ตรงจุด และหลังเกิดเหตุ ที่ช่วยประเมินความเสียหายและวางแผนฟื้นฟูเยียวยา นอกจากนี้ BDI ยังได้รับอำนาจให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางจัดการข้อมูล ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอีกด้วย

การดำเนินการครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลระดับประเทศ (National Data Backbone) ที่ BDI ต้องการผลักดันชุดข้อมูลที่มีมูลค่าสูง (High Value Datasets) มาใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย บริหารราชการ และการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.ดร. ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่

ศ.ดร. ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้ข้อมูลของประเทศพร้อมเชื่อม พร้อมใช้ และพร้อมสนับสนุนการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติที่ทุกนาทีมีความสำคัญ หากเรามีโครงสร้างข้อมูลและกติกาการเชื่อมโยงที่พร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ จะทำให้ประเทศไทยสามารถนำ Big Data และ AI มาใช้ได้เต็มศักยภาพมากขึ้น ตั้งแต่การพยากรณ์ การวิเคราะห์สถานการณ์ ไปจนถึงการฟื้นฟู ปลายทางจึงไม่ใช่เพียงการเชื่อมข้อมูล แต่คือการทำให้ข้อมูลถูกนำไปใช้เพื่อช่วยให้ภาครัฐตัดสินใจได้ดีขึ้น และประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น”

นักเขียนตัวเล็กๆ (?) ที่โตมากับไขควงและเมนบอร์ด เพราะโดนเกณฑ์เป็นลูกมือช่างซ่อมคอม (ที่เรียกว่าพ่อ) มาตั้งแต่เด็ก ๆ โตมาเลยมาเอาดีเรื่องเทคฯแทน ชอบตามข่าวเทคฯ ใหม่ ๆ ลอง Gadget แปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน หูฟัง คอมพิวเตอร์ แล้วเอามาเล่าให้ฟังกัน

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...