
Meta เดินหน้ารุกตลาด AI สำหรับนักพัฒนาเต็มตัว เปิดตัว Muse Code ผู้ช่วยเขียนโค้ด สามารถช่วยตั้งแต่วางแผนโปรเจกต์ เขียนโค้ด ไปจนถึงตรวจสอบผลลัพธ์ พร้อมชูจุดขายด้านราคาที่ถูกกว่า 10 เท่า

Meta ประกาศเปิดตัว Muse Code เอเจนต์ AI สำหรับงานพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างเป็นทางการในเวอร์ชัน Preview นับเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญล่าสุดของ Meta Superintelligence Labs ภายใต้การดูแลของ Alexandr Wang หัวหน้าฝ่าย AI ที่เข้ามารับบทบาทสำคัญในการผลักดันกลยุทธ์ AI ของบริษัท
Wang ระบุว่า Muse Code ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย เพียงติดตั้งด้วยคำสั่งเดียว ก็สามารถช่วยงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ได้ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนการเปลี่ยนแปลงของโปรเจกต์ การเขียนโค้ด การทดสอบ ไปจนถึงการตรวจสอบผลลัพธ์ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของนักพัฒนาได้อย่างมาก
Muse Code ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Codex ของ OpenAI และ Claude ของ Anthropic ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเขียนโค้ดภายในอินเทอร์เฟซเดียว พร้อมบริหารจัดการ AI Agent หลายตัวที่สามารถแบ่งหน้าที่ทำงานร่วมกันได้ เช่น การสร้างโค้ด วิเคราะห์ข้อผิดพลาด และช่วยพัฒนาแอปพลิเคชัน
เบื้องหลังการทำงานคือโมเดล AI รุ่นล่าสุด Muse Spark 1.2 ซึ่ง Meta พัฒนาควบคู่กับ Muse Code เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ แม้บริษัทจะยังไม่เปิดเผยจำนวนผู้ใช้งาน แต่ระบุว่ากระแสตอบรับของโมเดล Muse Spark อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

สิ่งที่ Meta มองว่าเป็นจุดแตกต่างสำคัญ ไม่ใช่เพียงความสามารถของ AI แต่คือ ต้นทุนการใช้งาน
Muse Code เปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Pay-as-you-go จ่ายเท่าที่ใช้ รวมถึงมีแพ็กเกจราคาประหยัดที่ Meta ระบุว่ามีค่าใช้จ่าย ต่ำกว่าระบบจ่ายตามการใช้งานปกติมากกว่า 10 เท่า โดยผู้ใช้ที่เลือกแพ็กเกจดังกล่าวจะยินยอมให้ Meta นำข้อมูลการใช้งานบางส่วนไปใช้ปรับปรุงโมเดล AI
นอกจากนี้ Meta ยังเตรียมเปิดให้บริการ Zero Data Retention สำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งเป็นโหมดที่บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลของนักพัฒนาไปใช้ฝึกโมเดล AI ถือเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
Muse Code จะเปิดให้ใช้งานผ่านเว็บไซต์สำหรับนักพัฒนาของ Meta ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับที่ให้บริการ API ของโมเดล Muse Spark และยังรองรับการใช้งานผ่าน OpenRouter แพลตฟอร์มรวมโมเดล AI ยอดนิยมจากหลายค่าย เช่น DeepSeek และ Z.ai
การเปิดตัว Muse Code สะท้อนให้เห็นว่า Meta กำลังขยายธุรกิจ AI จากโมเดลภาษาสู่เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาอย่างจริงจัง พร้อมแข่งขันในตลาด AI Coding Assistant ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาและความคุ้มค่าเป็นอาวุธสำคัญในการแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งรายใหญ่
ที่มา cnbc






