Microsoft ยืนยันอย่างเป็นทางกาารว่าบริษัทจะเปลี่ยนบริบทของปุ่ม Copilot ใหม่ ให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนเป็น Right CTRL หรือ Context Menu
Stay updated with the latest news, breakthroughs, and developments in Artificial Intelligence. From cutting-edge research to real-world applications, explore how AI is shaping our future across industries like technology, healthcare, and more.
Microsoft ยืนยันอย่างเป็นทางกาารว่าบริษัทจะเปลี่ยนบริบทของปุ่ม Copilot ใหม่ ให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนเป็น Right CTRL หรือ Context Menu
CAPTCHA ระบบยืนยันตัวตนที่ให้ผู้ใช้เลือกภาพหรือทำแบบทดสอบ กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตออนไลน์ เพราะเว็บไซต์ต้องรับมือกับ “บอต” และ AI ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่คุณกำลังจะจองตั๋วคอนเสิร์ต กดลิงก์ไปจนเกือบถึงขั้นตอนชำระเงิน แต่กลับต้องหยุดเพื่อเลือกภาพ “สัญญาณไฟจราจร” “จักรยาน” หรือ “ทางม้าลาย” จากตารางภาพเล็กๆ เพื่อยืนยันตัวเสียก่อน สิ่งนี้เรียกว่า CAPTCHA กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนจำนวนมากไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการล็อกอินแอปการเงิน ซื้อสินค้าออนไลน์ หรือสมัครบัญชีใหม่ ต่างก็ต้อง “พิสูจน์ว่าคุณเป็นมนุษย์” มากขึ้นเรื่อยๆ คำว่า CAPTCHA ย่อมาจาก “Completely
ในปัจจุบันต้องยอมรับว่ากล้องในสมาร์ตโฟนนั่นพัฒนาจนเรียกว่าให้คุณภาพที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีข้อดีอยู่หลายด้าน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยได้ออกมาเตือนว่า แฮกเกอร์อาจใช้ภาพถ่ายที่เห็นนิ้วมือของคุณมาสร้างลายนิ้วมือใหม่เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ แล้วแบบนี้คนที่ชอบถ่ายรูปชูสองนิ้วต้องระวังรึเปล่า !? สำหรับระบบสแกนลายนิ้วมือถูกนำมาใช้ทั้งสมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต, โน้ตบุ๊ก ไปจนถึงอุปกรณ์ไอทีอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ปัญหาเรื่องข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของระบบดังกล่าวก็เป็นที่รู้จักกันมานานเช่นกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงหากข้อมูลลายนิ้วมือเหล่านั้นหลุดออกสู่สาธารณะ ประเด็นนี้ถูกจุดกระแสความกังวลขึ้นมาอีกครั้งจากจีนในสัปดาห์นี้ หลังผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภาพถ่ายที่เห็นนิ้วมือหันเข้าหากล้องจากระยะไม่เกินประมาณ 1.5 เมตร อาจมีรายละเอียดมากพอที่จะนำไปสร้างลายนิ้วมือใหม่ได้ ซึ่งในทางทฤษฎี ผู้ไม่หวังดีอาจใช้ภาพเหล่านี้เพื่อหลอกระบบสแกนลายนิ้วมือของสมาร์ตโฟน ระบบจ่ายเงินหรือบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ ที่เปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือเอาไว้ หลี่ ฉาง
สวีเดนกำลังเปลี่ยนทิศทางการศึกษาอีกครั้ง จากประเทศที่เคยผลักดันการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียนอย่างเข้มข้น กลับมาสู่การใช้หนังสือ กระดาษ และปากกาจริง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม โดยรัฐบาลสวีเดนมองว่าการกลับไปใช้เครื่องมือการเรียนรู้แบบเก่าจะช่วยแก้ปัญหาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนที่ลดลงหลังจากคะแนนด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ของนักเรียนในประเทศลดลงในการประเมินระดับนานาชาติ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมือง Nacka ใกล้กรุงสตอกโฮล์ม นักเรียนที่เรียนปีสุดท้ายยังคงพกโน้ตบุ๊กมาเรียน แต่นักเรียนจะเริ่มได้รับเอกสารที่จับต้องได้มากขึ้น โซฟี นักเรียนวัย 18 ปี เล่าว่า ตอนนี้เธอมักกลับบ้านพร้อมหนังสือและเอกสารใหม่บ่อย ๆ ครูบางคนเริ่มแจกเนื้อหาสำหรับการเรียนการสอนเป็นกระดาษจริง ๆ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ที่เคยระบบดิจิทัลก็เปลี่ยนกลับมาใช้หนังสือเรียนอย่างเดียว ภาพที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาดูขัดกับสวีเดนในสายตาคนทั่วไปมาก ๆ เพราะสวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่ขึ้นชื่อเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีประชากรที่มีทักษะดิจิทัลสูง และมีวงการสตาร์ตอัปเทคโนโลยีเจ๋ง ๆ มากมาย
Figure AI บริษัทสตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์จากสหรัฐฯ โชว์ถ่ายทอดสดการทำงานของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์คักพัสดุในคลังสินค้าโลจิสติกส์ต่อเนื่องยาวนานกว่า 107 ชั่วโมง เพื่อโชว์ศักยภาพการทำงานใกล้เคียงมนุษย์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทได้เผยแพร่ลิงก์ไลฟ์สดผ่าน YouTube บนแพลตฟอร์ม X พร้อมเชิญชวนผู้ชมให้ติดตาม “การทำงานกะละ 8 ชั่วโมงของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ในระดับเดียวกับมนุษย์” ภายในวิดีโอเราจะเห็นหุ่นยนต์ Figure03 ชื่อ “Gary”, “Frank”, “BOB” และ “ROSE” ทำหน้าที่คัดแยกพัสดุในคลังสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้มือทั้งสองข้างหยิบกล่อง พลิกให้บาร์โค้ดอยู่ในตำแหน่งที่เครื่องอ่านสามารถสแกนได้ และวางลงบนสายพานลำเลียงอย่างแม่นยำ
Dyson เปิดตัว Dyson Find+Follow Purifier Cool เครื่องฟอกอากาศไร้ใบพัดรุ่นใหม่ที่มาพร้อม AI และกล้องในตัว ติดตามตำแหน่งของผู้ใช้เพื่อส่งลมสะอาดไปยังตำแหน่งของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ต่อยอดจากระบบ AI ที่ Dyson เคยใช้ในหุ่นยนต์ดูดฝุ่น แต่ครั้งนี้ถูกนำมาใช้กับเครื่องฟอกอากาศแบบตั้งพื้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายอากาศและช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมปิดพัดลมอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง Dyson ระบุว่าเครื่องรุ่นนี้สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด 99.97% รวมถึงช่วยลดกลิ่น สารก่อภูมิแพ้ และไวรัสในอากาศ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อควบคุมผ่านแอปบนสมาร์ทโฟนได้จากระยะไกล
ต้นสัปดาห์นี้เอง Google ได้จัดงานในแบบ Android Show ที่มาพร้อมกับการเปิดตัวฟีเจอร์สำคัญอย่าง Gemini Intelligence ซึ่งจะเริ่มให้ใช้งานในช่วงฤดูร้อน
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว บริษัทไหนที่ปรับตัวไม่ทันก็อาจถูกปล่อยไว้ข้างหลัง แม้แต่ซีอีโอของ Microsoft อย่าง สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ยังกลัวว่าวันหนึ่ง Microsoft จะกลายเป็นแบบ IBM เหมือนกัน FYI: เรื่องนี้เป็นเนื้อหาจากคดีความของอีลอน มัสก์ และ แซม อัลต์แมน ซึ่งมัสก์ได้ฟ้องอัลต์แมยและ OpenAI ในข้อหาละเมิดสัญญาและฉ้อโกง โดยระบุว่า OpenAI ทิ้งความตั้งใจเดิมที่จะพัฒนา AI เพื่อสาธารณะประโยชน์ แต่เปลี่ยนมาเป็นบริษัทแสวงหากำไรเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ Microsoft
OpenAI และ Apple เข้าสู่ช่วงตึงเครียด หลัง Bloomberg รายงานว่า OpenAI พิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับ Apple หลังไม่โปรโมต ChatGPT บน iPhone เท่าที่ควร ทำให้ยอดผู้ใช้และรายได้พลาดเป้า ย้อนกลับไปในปี 2024 ทั้งสองบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตร โดย Apple นำ ChatGPT เข้าไปผสานกับฟีเจอร์สำคัญอย่าง Siri และ Image Playground บน iOS,
ใครที่ใช้งาน AI เป็นประจำ แม้จะสมัครแบบเสียเงินก็ยังมีโทเค็นให้ใช้จำกัด นั่นจึงเป็นที่มาของ Clawdmeter แก็ดเจ็ตสุดแปลกสำหรับผู้ใช้ Claude Code เปลี่ยนสถิติการใช้โทเค็น AI ให้กลายเป็นแดชบอร์ดพิกเซลอาร์ตบนโต๊ะทำงาน ยุคแห่งการใช้โทเค็น AI อย่างคุ้มค่ากำลังกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ของวงการซิลิคอนแวลลีย์ และตอนนี้มันถูกต่อยอดมาเป็น “Clawdmeter” โปรเจกต์โอเพนซอร์สที่เปลี่ยนสถิติการใช้งาน Claude Code ให้กลายเป็นแดชบอร์ดขนาดจิ๋วบนโต๊ะทำงาน ช่วยให้สาย AI Power User ติดตามการใช้โทเค็นของตัวเองได้แบบเรียลไทม์ แม้ผู้ใช้จะสามารถเช็กการใช้งาน Claude Code ผ่านเทอร์มินัลหรือแอปภายนอกได้อยู่แล้ว






