
ตอนนี้ ChatGPT เริ่มมีโฆษณาแล้ว เปิดให้ผู้ลงโฆษณาใช้รายชื่อลูกค้า เช่น อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวว่า ข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่แล้วสามารถส่งผลต่อโฆษณาที่ผู้ใช้เห็นบนแพลตฟอร์ม AI ได้อย่างไร
404 Media รายงานระบุว่า ระบบโฆษณาของ OpenAI รองรับการใช้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ลงโฆษณาจัดเตรียมไว้ ควบคู่กับข้อมูลบริบทของการสนทนา เพื่อช่วยคัดเลือกโฆษณาที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน
ตามเอกสารของ OpenAI ระบุว่าระบบเลือกโฆษณาจะพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งหัวข้อและวัตถุประสงค์ของบทสนทนา รายละเอียดที่ผู้ลงโฆษณาระบุ และเว็บไซต์ปลายทางของโฆษณา หากผู้ใช้เปิดการแสดงโฆษณาแบบเฉพาะบุคคล ระบบอาจนำข้อมูลจากกิจกรรมอื่นบน ChatGPT มาพิจารณาร่วมด้วย
ผู้ลงโฆษณายังสามารถส่งคำอธิบายหรือคำใบ้บริบทเพื่อบอกว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับการสนทนาประเภทใด จึงไม่ได้หมายความว่าการพูดถึงคำใดคำหนึ่งจะทำให้โฆษณาที่เกี่ยวข้องปรากฏขึ้นทันทีเสมอไป

OpenAI ระบุว่าผู้ลงโฆษณาสามารถอัปโหลดข้อมูลลูกค้า เช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลที่ผ่านการแฮชด้วย SHA-256 หรือ Google Advertising ID เพื่อสร้างกลุ่มเป้าหมายสำหรับแคมเปญโฆษณาได้
บริษัทระบุว่าการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบรวมต้องมีผู้ใช้ที่ตรงกันอย่างน้อย 25,000 คน และผู้ลงโฆษณาจะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าบุคคลใดในรายชื่อของตนตรงกับกลุ่มเป้าหมายบน ChatGPT โดย OpenAI ยังระบุว่าไฟล์ที่อัปโหลดจะถูกลบหลังประมวลผลเสร็จสิ้น
บริษัทยืนยันว่า ผู้ลงโฆษณาไม่สามารถอ่านบทสนทนาส่วนตัวหรือเลือกเจาะจงผู้ใช้รายบุคคลเพื่อแสดงโฆษณาได้ แต่แนวทางนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า ข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่ก่อนแล้วสามารถนำมาใช้ประกอบการเลือกโฆษณาบนแพลตฟอร์ม AI ได้
ผู้ใช้สามารถปิดการแสดงโฆษณาแบบเฉพาะบุคคลได้ ซึ่งจะจำกัดการนำข้อมูลจากกิจกรรมอื่นหรือประวัติการเห็นโฆษณามาใช้เลือกโฆษณา แต่ระบบยังสามารถแสดงโฆษณาตามบริบทของบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ได้ OpenAI ยืนยันด้วยว่า บทสนทนาของผู้ใช้จะไม่ถูกเปิดเผยแก่ผู้ลงโฆษณา และโฆษณาจะไม่มีอิทธิพลต่อคำตอบที่ ChatGPT สร้างขึ้น
ที่มา firstpost






