
Meta ปรับแก้ข้อกำหนดการใช้งานสำหรับบัญชีธุรกิจ หลังเผชิญกระแสคัดค้านจากสำนักข่าวและผู้ประกอบการออนไลน์ กรณีเปิดทางให้บริษัทใช้เครื่องมืออัตโนมัติดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับบัญชี Facebook และ Instagram ได้ แม้จะตัดข้อความที่ระบุถึงการนำข้อมูลไปฝึก AI ออกแล้ว แต่ก็ยังมีข้อกังวลเรื่องขอบเขตสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของเจ้าของเว็บไซต์
ประเด็นนี้เริ่มต้นหลัง Meta ประกาศปรับปรุงข้อกำหนดเชิงพาณิชย์ ซึ่งเดิมระบุว่าบริษัทสามารถใช้เครื่องมือ Web Scraping เช่น บอตและเว็บครอว์เลอร์ เพื่อเข้าถึง จัดเก็บ วิเคราะห์ และดึงข้อมูลจากโดเมน หน้าเว็บ หรือ URL ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีธุรกิจได้ รวมถึงนำข้อมูลไปใช้พัฒนา วิจัย และฝึกฝน AI
เดิมทีข้อกำหนดนี้มีกำหนดใช้งานวันที่ 30 ตุลาคม และสร้างความกังวลให้กับสำนักข่าว เพราะอาจครอบคลุมเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับบัญชีธุรกิจบนแพลตฟอร์มของ Meta เป็นจำนวนมาก
ล่าสุด Meta ปรับถ้อยคำใหม่ โดยตัดคำว่า “ฝึกฝน” ออก และจำกัดวัตถุประสงค์ให้เกี่ยวข้องกับการพัฒนา วิจัย และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ด้านโฆษณาและธุรกิจ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของบริการ

แอนดี สโตน โฆษกของ Meta ระบุว่า การแก้ไขครั้งนี้เป็นการชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อกำหนดดังกล่าวใช้กับผลิตภัณฑ์ด้านโฆษณาและธุรกิจของบริษัทเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าว และไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของเว็บครอว์เลอร์
การปรับถ้อยคำยังไม่คลายข้อกังวลทั้งหมด เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางรายมองว่า เงื่อนไขใหม่นี้อาจเปิดช่องให้ Meta เข้าถึงข้อมูลจากเว็บไซต์ได้กว้างขวาง ขณะที่ไฟล์ robots.txt ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์ใช้แจ้งบอตว่าห้ามเข้าถึงส่วนใดบ้าง ก็ไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยอัตโนมัติ
ประเด็นนี้ยิ่งอ่อนไหวเมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Meta กับอุตสาหกรรมข่าว หลังบริษัทหยุดจ่ายเงินสนับสนุนเนื้อหาข่าวในปี 2022 และยุติแท็บข่าวเฉพาะบนแพลตฟอร์มในปี 2024 แม้ภายหลังจะมีข้อตกลงกับสำนักข่าวบางแห่งเพื่อนำเนื้อหาไปใช้กับแชตบอต AI ก็ตาม
ด้าน News/Media Alliance ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนธุรกิจสื่อในสหรัฐฯ วิจารณ์ว่าข้อกำหนดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และอาจมีปัญหาทางกฎหมาย ขณะที่ News Media Association ในสหราชอาณาจักรก็แสดงความกังวลเช่นกัน
ที่มา engadget






