
Canon เปิดตัวกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสรุ่นใหม่ กับ ‘EOS R8 Mark II’ กับรูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์มในอดีต มีความเป็นเหลี่ยมเป็นสันมากขึ้น ลบจุดอ่อนจากรุ่นก่อนด้วยกันสั่น 5 แกน ภายในบอดี้ ตอบโจทย์สำหรับช่างภาพหรือใครที่ต้องการกล้องฟูลเฟรมเล็กเบาในราคาเริ่มต้น แต่ได้สเปกที่สดใหม่ และใช้งานง่ายมากขึ้น

สำหรับ EOS R8 Mark II มีหัวใจหลักเป็นเซนเซอร์ฟูลเฟรม 24.2 ล้านพิกเซล และชิปประมวลผล DIGIC X เช่นเดียวกันรุ่นก่อน โดยมาพร้อมกับระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF II อันเลื่องชื่อของแคนนอน ครอบคลุมพื้นที่โฟกัสถึง 100% ของเฟรมภาพ และมีระบบตรวจจับ/ติดตามวัตถุด้วย AI
ในขณะที่การถ่ายรัวยังทำได้ที่ 40fps เช่นเดิม (Electronic Shutter) แต่มีโหมด Pre-continuous Shooting เพิ่มเข้ามา โดยแคนนอนเคลมว่ารุ่นนี้มีบัฟเฟอร์ถ่าย RAW ได้มากขึ้น 30% และ JPG มากขึ้นถึง 58%

ความคุ้มค่าของซีรีส์ R8 คือ ได้สเปกระดับรุ่นพี่ R6 ในบอดี้ที่เล็กเบากว่า แต่แลกมากับการที่ไม่มีกันสั่น และแบตเตอรี่ก้อนเล็กลง แต่สำหรับ EOS R8 Mark II ออกมาลบข้อด้อยตรงจุดนั้น มากับชุดกันสั่น 5 แกน ที่ชดเชยชัตเตอร์สปีดได้ถึง 7.5 สต็อป และยังครองตำแหน่งกล้องฟูลเฟรมที่มีกันสั่นในบอดี้เล็กเบาที่สุดของแคนนอนอีกด้วย
รุ่นนี้ใช้ดีไซน์ที่มีความเป็นเหลี่ยมสไตล์กล้องฟิล์มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากกล้องตัวอื่น ๆ ในระบบ EOS R System แต่ยังคงไว้กับเอกลักษณ์น้ำหนักเบาขนาดกะทัดรัด หนักเพียง 546 กรัมเท่านั้น มากับแบตเตอรี่ LP-E17 เช่นเดิม รองรับ SD Card UHS-II 1 ช่อง
EOS R8 Mark II ยังเพิ่มการควบคุมด้วย analog stick เข้ามา ทำให้การเลื่อนจุดโฟกัสทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ด้านจอ LCD รุ่นนี้ยังคงเป็นแบบปรับพับได้รอบทิศรองรับระบบสัมผัส ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.62 ล้านจุด และ EVF ความละเอียด 2.36 ล้านจุด แบบเดียวกับรุ่นแรก

อีกฟีเจอร์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ‘Color Filters’ 14 แบบ ให้เลือกใช้ พร้อมกับโทนสี Negative film และ Positive film โดนใจวัยรุ่น ที่จะช่วยให้เราไม่ต้องเอาภาพมาแต่งต่อในโปรแกรมให้ยุ่งยาก ถ่ายเสร็จสวยแบบจบหลังกล้อง พร้อมกับฟีเจอร์อื่น ๆ อย่าง Scene Intelligent Auto, Creative Assist, Creative Bracketing และ Scene Modes

ด้านวิดีโอ รุ่นนี้มาพร้อมกับความละเอียดสูงสุดถึง 4K/60p แบบไม่ครอป oversample คุณภาพสูงมาจาก 6K รองรับการนำไปเกรดสีต่อด้วยโพรไฟล์สี Canon Log 3 ซึ่งงานสโลว์โมชันยังทำได้ที่ Full HD 180p และยังรองรับการบันทึกเสียงในโหมด Slow&Fast อีกด้วย

รุ่นนี้มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริม ‘EG-E2 Extension Grip’ สำหรับ EOS R8 Mark II โดยเฉพาะ ทำให้การจับถือทำได้มั่นคง และถนัดมากยิ่งขึ้น มีเกลียวสำหรับติดตั้งขาตั้ง และถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่าย เหมาะมากสำหรับกรณีที่ต้องใช้งานร่วมกับเลนส์ขนาดใหญ่

Canon EOS R8 Mark II มีราคาค่าตัวอยู่ที่

ที่มา: PetaPixel






