
ผู้ใช้ Gemini แบบฟรีอาจต้องปรับตัว หลัง Google เริ่มทยอยเปลี่ยนระบบให้เลือกโมเดล AI อัตโนมัติ โดยยกเลิกตัวเลือกให้ผู้ใช้สลับระหว่าง Flash และ Pro ได้ด้วยตัวเอง ทำให้การเข้าถึงโมเดลที่มีความสามารถสูงขึ้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของระบบแทน
9to5Google รายงานว่า โหมด Auto จะเลือกโมเดลให้เหมาะกับคำสั่งที่ได้รับ โดยงานทั่วไปส่วนใหญ่จะใช้ Flash-Lite แต่หากเป็นคำถามที่ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์ซับซ้อนขึ้น ระบบอาจสลับไปใช้ Flash หรือ Pro ให้อัตโนมัติ เพื่อให้ได้คำตอบที่เหมาะสมกับงานมากขึ้น

หากผู้ใช้ปิดระบบเลือกโมเดลอัตโนมัติ คำตอบทั้งหมดจะถูกประมวลผลด้วย Flash-Lite เท่านั้น นั่นหมายความว่าผู้ใช้เวอร์ชันฟรีต้องยอมให้ Google เลือกโมเดลให้ หากต้องการเปิดโอกาสให้ระบบใช้โมเดลที่มีความสามารถสูงกว่า ขณะที่การเลือกโมเดลด้วยตัวเองจะไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม
ทาง Google เพิ่มตัวเลือก Effort levels เพื่อให้ผู้ใช้กำหนดระดับความพยายามในการประมวลผลได้ 3 ระดับ ได้แก่ Low เน้นความเร็ว, Medium ระดับกลาง และ High ที่เปิดโอกาสให้ระบบใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์มากขึ้น เหมาะกับคำสั่งที่ต้องการการพิจารณาหลายขั้นตอน แต่ตัวเลือกเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้จะสามารถเลือกโมเดล AI ที่ต้องการได้โดยตรง
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ใช้ยังพอควบคุมลักษณะการประมวลผลได้ แต่ไม่สามารถกำหนดได้อย่างชัดเจนว่าโมเดลใดจะเป็นผู้ตอบคำถาม ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้ที่ต้องการเลือกใช้โมเดลให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท เช่น การเขียนเนื้อหา การสรุปข้อมูล หรือการวิเคราะห์โจทย์ที่ซับซ้อน
ฟาก Google ก็กำลังผลักดัน Gemini ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทั้งสมาร์ตโฟน Pixel และแล็ปท็อป Googlebook รวมถึงมีแพ็กเกจ AI แบบเสียเงินพ่วงมากับฮาร์ดแวร์บางรุ่น ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับความสามารถของโมเดลระดับสูงจึงอาจสังเกตเห็นความแตกต่างเมื่อต้องกลับมาใช้บริการฟรี
ที่มา digitaltrends






