เพื่อเจาะลึกถึงการทำงานของระบบ Teen Accounts ในไทย รวมถึงการนำระบบจัดเรตเนื้อหาแบบ PG-13 มาใช้บน Instagram เราไปคุยกับคุณมาลีนา (Marina) หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Meta ได้เลย
เพื่อเจาะลึกถึงการทำงานของระบบ Teen Accounts ในไทย รวมถึงการนำระบบจัดเรตเนื้อหาแบบ PG-13 มาใช้บน Instagram เราไปคุยกับคุณมาลีนา (Marina) หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Meta ได้เลย
Meta ประกาศเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแพลตฟอร์ม Facebook ที่ให้ AI ช่วยคัดเลือกรูปภาพจากสมาร์ตโฟน เพื่อแนะนำว่าภาพไหน “น่าโพสต์ที่สุด” พร้อมเสนอแนวทางแต่งภาพอัตโนมัติให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีความกังวลว่า Meta อาจใช้รูปเหล่านี้เพื่อฝึกสอนโมเดล AI ของบริษัทด้วยเช่นกัน สำหรับฟีเจอร์นี้เป็นแบบ opt-in หรือผู้ใช้จำเป็นต้องอนุญาตก่อนถึงจะเข้าใช้งานได้เท่านั้น โดยจะให้ AI เข้าถึงคลังภาพในเครื่อง เพื่อค้นหาว่าภาพไหนน่าโพสต์ และช่วยเลือกภาพช่วงเวลาพิเศษที่คุณอาจหลงลืมไปหรือถูกมองข้าม พร้อมกับคำแนะนำแต่งภาพแบบอัตโนมัติเพื่อให้ดึงดูดสายตาได้มากขึ้น บริษัทยังระบุว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะแนะนำภาพที่เป็นส่วนตัว และปลอดภัยสำหรับคุณเท่านั้น และจะไม่มีการแชร์ภาพใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเน้นย้ำว่าบริษัทจะไม่นำภาพไปใช้พัฒนา AI
Meta อัปเดตอัลกอริทึมของ Facebook ใหม่ เพิ่มการแสดงเนื้อหาวิดีโอ Reels ตามความสนใจมากขึ้น พร้อมเพิ่มเครื่องมือควบคุมเนื้อหาและค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผู้ใช้สามารถระบุความสนใจได้สะดวกขึ้น เช่น กด “ไม่สนใจ” บนวิดีโอ Reel หรือกำหนดความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหา เพื่อให้ระบบปรับคำแนะนำตามพฤติกรรมเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันก็มีการปรับปรุงฟีเจอร์ “บันทึก” ใหม่ ให้จัดเก็บ Reels และโพสต์โปรดไว้ในที่เดียวได้ง่ายกว่าเดิม Meta หวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยลดข้อร้องเรียนของผู้ใช้ที่ไม่พอใจกับ Reels คุณภาพต่ำ วิดีโอหลอกลวง หรืองานที่สร้างขึ้นด้วย AI
Facebook Dating เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ AI ใหม่ ช่วยเหล่าคนโสดหาคู่ที่ปัดจนล้าก็ไม่ได้รัก ด้วย ‘Dating Assistant’ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องหัวใจ และ ‘Meet Cute’ ระบบช่วยจับคู่แบบพิเศษเฉพาะแต่ละบุคคล ฟีเจอร์แรก Dating Assistant เป็นระบบแชตบอตช่วยหาคู่ได้ตามความสนใจของเรา ยกตัวอย่างเช่น “ช่วยหาสาวทำงานด้าน IT อยู่ในละแวกกทม.ให้หน่อย” ระบบจะช่วยคัดกรองคู่ที่ตรงตามความต้องการ พร้อมทั้งยังสามารถให้คำแนะนำไอเดียในการเดต รวมไปถึงช่วยปรับโพรไฟล์ของเราให้ดูน่าสนใจได้มากขึ้นอีกด้วย ถัดไป กับฟีเจอร์ Meet
ถ้าใครผ่านมาเห็นชื่อบทความนี้ แว๊บแรกคงเข้าใจว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอ Meta และ Facebook จะยื่นฟ้องร้องตัวเองไปทำไม !? แต่ไม่ใช่ครับ กรณีนี้เป็นของ มาร์ก เอส ซักเคอร์เบิร์ก (Mark S. Zuckerberg) ทนายความให้คำปรึกษาด้านล้มละลายจากอินเดียนาโพลิส สหรัฐอเมริกา ที่ถูกระงับบัญชี Facebook หลายต่อหลายครั้ง เพราะระบบเข้าใจผิด คิดว่าเขากำลังสวมรอยเป็นซีอีโอบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์ม จากความที่ชื่อคล้ายกันซะเหลือเกิน… ตัวทนายคนดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องศาล
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 14:00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เข้าพบ Mr. Rob Abrams, Head of Law Enforcement Outreach, Asia Pacific ของบริษัท Meta ณ สำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกัน ปราบปราม
สงคราม AI จากแต่ละบริษัทกำลังระอุ ใครที่สามารถชิงความโดดเด่นในพื้นที่นี้ก็มีโอกาสที่จะชนะได้มากกว่า ล่าสุดมีข่าวว่า Meta ได้เล็งที่จะเลิกใช้ Llama โมเดล AI ของตัวเองไปก่อน และใช้ของคู่แข่งแทน
Meta บริษัทแม่ของ Facebook เปิดตัวโซลูชันโฆษณา Omnichannel อย่างเป็นทางการทั่วโลกในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกสามารถผสานประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยมีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกที่นำโซลูชันนี้มาใช้และประสบความสำเร็จ ปัจจุบัน พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมีความซับซ้อนและไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป โดยผู้ซื้อใช้ช่องทางเฉลี่ย 3-5 ช่องทางต่อการซื้อหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือหน้าร้าน ผู้บริโภคถึง 62% ระบุว่าจะเลิกใช้แบรนด์ที่ไม่สามารถมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกันทุกช่องทาง และ 73% ต้องการเห็นสินค้าคงคลังทั้งออนไลน์และหน้าร้านแบบเรียลไทม์ ความคาดหวังที่สูงขึ้นนี้ทำให้การตลาดแบบ Omnichannel กลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ คุณแพร ดํารงค์มงคลกุล
หนึ่งในปัญหาของ Facebook คือ ครีเอเตอร์หลายรายใช้วิธีขโมยคอนเทนท์คนอื่นมาลงช่องทางของตัวเอง ล่าสุดทาง Meta ได้ออกมาตรการลงโทษใหม่ จัดการเนื้อหาสแปมไปแล้วกว่า 500,000 ราย ทาง Meta ประกาศผ่านบล็อกสำหรับครีเอเตอร์ว่า บัญชีไหนที่นำข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอของผู้อื่นไปโพสต์ใช้ซ้ำๆ และ “ไม่เหมาะสม” จะถูกระงับการใช้งานเพจ “เป็นระยะเวลาหนึ่ง” ไม่ใช่แค่โพสต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมเท่านั้นแต่ยังจำกัดการใช้งานโพสต์ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการ “การโพสต์ซ้ำเนื้อหาจากครีเอเตอร์รายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต” หรือ “ไม่มีการนำเนื้อหามาพัฒนาต่อยอดอย่างมีสาระสำคัญ” ซึ่งจะไม่นับรวมเนื้อหาประเภทวิดีโอรีแอคชัน ในกรณีที่ตรวจพบวิดีโอซ้ำจะมีการเพิ่มลิงก์ไปยังวิดีโอต้นฉบับด้วย ก่อนหน้านี้ Meta เคยใช้มาตรการคล้ายๆ
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Microsoft รวมถึง Meta หรือบริษัทแม่ของ Facebook พยายามผลักดันให้กฏหมายเรื่องความเป็นส่วนตัวมีการผ่อนปรนลงเพื่อให้ AI (ของตน) มีการพัฒนาที่มากขึ้น หลายครั้งบริษัทเหล่านี้เลือกที่จะละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน แต่ทำเหมือนว่าได้รับการยินยอมจากผู้ใช้งานแล้ว





