
ในงานเสวนา DPS TRUST EVERY CLICK: เคลียร์ชัด ‘เงื่อนไขค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เดินหน้าแก้ปัญหาค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค จึงได้ประกาศใช้ “คู่มือการดูแลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการคิดค่าธรรมเนียมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” เพื่อใช้เป็นกลไกสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรมและตรวจสอบได้ ขณะที่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ส่งสัญญาณเตือน หากแพลตฟอร์มเมินหลักเกณฑ์และเข้าข่ายใช้อำนาจผูกขาด อาจถูกเรียกสอบสวนและดำเนินการทางกฎหมายได้

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัญหาการปรับเปลี่ยนนโยบายและค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มอย่างกะทันหัน โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า แม้ค่าธรรมเนียมเบื้องต้นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะอยู่ที่ประมาณ 16% แต่เมื่อรวมกับ “ต้นทุนแฝง” อื่นๆ เช่น ค่าโฆษณา หรือค่าเข้าร่วมโปรโมชั่น ต้นทุนที่แท้จริงอาจพุ่งสูงถึง 35-39% ซึ่งท้ายที่สุดภาระเหล่านี้จะถูกผลักไปสู่ผู้บริโภคปลายทางผ่านราคาสินค้าที่แพงขึ้น

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ETDA จึงได้ออกคู่มือฉบับใหม่เพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ดีให้กับแพลตฟอร์ม โดยมุ่งเน้นใน 2 หลักการสำคัญ ได้แก่

ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ระบุว่า แม้ภาครัฐจะไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาดด้วยการกำหนดเพดานราคา เนื่องจากแต่ละแพลตฟอร์มมีต้นทุนที่ต่างกัน แต่กขค. จะเฝ้าระวังพฤติกรรมการแข่งขันอย่างใกล้ชิด
กขค. เน้นย้ำว่า หากแพลตฟอร์มยึดถือแนวทางตามคู่มือของ ETDA ที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการทำผิดกฎหมาย แต่ในทางกลับกัน หากแพลตฟอร์มใดเพิกเฉย มีการตั้งราคาค่าธรรมเนียมที่สูงเกินสมควร หรือกำหนดราคาต่ำกว่าต้นทุนเพื่อกำจัดคู่แข่ง หรือมีการรวมหัวกันตั้งราคาตามกันโดยไม่มีเหตุผลอันควร พฤติกรรมเหล่านี้จะหลุดจากกรอบของความเป็นธรรมและเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ซึ่ง กขค. มีอำนาจเต็มที่ในการลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริง และเรียกแพลตฟอร์มเข้ามาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

การผลักดันคู่มือฉบับนี้ของ ETDA จึงเปรียบเสมือน “เกราะป้องกันด่านแรก” ที่นอกจากจะช่วยลดปัญหาข้อพิพาทระหว่างแพลตฟอร์มและผู้ใช้งานแล้ว ยังเป็นการยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกเอารัดเอาเปรียบ





