
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีและเทคโนโลยีครบวงจร ได้จัดงาน SYNNEX OPEN HOUSE 2026 เพื่อประกาศทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโตในปี 2569 โดยยกระดับบทบาทจากผู้จัดจำหน่าย สู่การเป็น “Technology Empowerment Partner” หรือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุกตลาด B2B มากขึ้น พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้พุ่งแตะ 53,000 ล้านบาท
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเน็คฯ เปิดเผยว่า ในปี 2569 เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงาน ซินเน็คจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นเบอร์ 1 ใน IT Ecosystem ของไทย ที่เชื่อมต่อแบรนด์และเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อทำให้ชีวิตผู้คนง่ายขึ้นและดียิ่งขึ้น โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้โดยรวมอย่างน้อย 10% และตั้งเป้าในกลุ่มธุรกิจโซลูชัน (Solutions) เติบโตถึง 20%

สำหรับปัจจัยที่จะผลักดันการเติบโตในปี 2569 ซินเน็คมองเห็นโอกาสจากคลื่นการอัปเกรดอุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น AI PC และ AI Smartphone รวมถึงการขยายตัวของ Cloud และ Data Center แม้จะมีความท้าทายเรื่องสินค้าไอทีบางกลุ่มอาจมีราคาสูงขึ้นหรือขาดแคลนเนื่องจากความต้องการใช้ชิ้นส่วนในอุตสาหกรรม AI แต่บริษัทเชื่อว่าความต้องการในตลาดยังคงมีอยู่สูง







ภายในงานได้มีการเปิดตัว Synnex Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมครบวงจร เพื่อนำเสนอโซลูชันจากพันธมิตรระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ โดยแบ่งเป็น 5 โซนหลัก ได้แก่:
การเปิด Synnex Technology Showcase เป็นกลยุทธ์สำคัญในกลุ่ม B2B เพื่อให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์เห็นภาพการใช้งานจริง และช่วยให้ตัดสินใจเลือกใช้โซลูชันต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

ซินเน็คยังได้โชว์ศักยภาพของ Smart Warehouse ที่มีการนำระบบ System 5 มาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ผสานเทคโนโลยี ASRS (ระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติ) และหุ่นยนต์หยิบสินค้าอัจฉริยะ HaiPick ที่สามารถหยิบสินค้าได้สูงสุด 10,000 ชิ้นต่อชั่วโมง, คลังสินค้าแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 9,000 ตารางเมตร รองรับสินค้าได้กว่า 12.8 ล้านชิ้นต่อปี และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับยอดขายต่อเดือนได้เพิ่มขึ้นถึง 62%
นอกจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ Trusted by Synnex เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นในด้านผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย โดยมีทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ (Product Specialist) คอยดูแลลูกค้าและพันธมิตรอย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง
คุณสุธิดาพูดถึงสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่นและกลุ่มที่เริ่มมีความนิยมชะลอตัวไว้ดังนี้

คุณสุธิดากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ปริมาณการขายในสินค้าบางกลุ่มอาจไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ SYNNEX มุ่งเน้นการเติบโตเชิงมูลค่า (Value-based Growth) ผ่านการขายบริการในลักษณะโซลูชันซึ่งมีกำไรดีกว่าการขายอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มคอมโพเนนต์ เช่น RAM และ Hard Disk อาจประสบปัญหาขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นเนื่องจากถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรม AI มากขึ้นในปีนี้,
นางสาวสุธิดา กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของพันธมิตรคือความสำเร็จของซินเน็ค และบริษัทพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งร่วมกันภายใต้แนวคิด Empowering the Future Togethe





