
reMarkable นั้นทำแท็บเล็ตที่แตกต่างจากแท็บเล็ตอื่น ๆ ในตลาดมานานนะครับ โดยเน้นแท็บเล็ตหน้าจอ e-ink มาพร้อมปากกาจดที่พัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานให้ใกล้เคียงการจดบนกระดาษมากที่สุด ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จกับ reMarkable 2 และ reMarkable Paper Pro ก็ออกรุ่นเล็กขนาดพกพาง่าย เหมือนสมุดโน้ตติดตัวออกมา นี่คือ reMarkable Paper Pro Move สมุดโน้ตยุคดิจิทัลที่ถือมือเดียวสบาย ๆ

ที่ผ่านมา reMarkable ทำแท็บเล็ตจอใหญ่มาตลอดครับ ตัวเแรก reMarkable 2 ก็จอ 10.3 นิ้ว ส่วน reMarkable Pro ก็ยิ่งจอใหญ่เข้าไปอีกคือ 11.8 นิ้ว ซึ่งจริง ๆ การที่จอใหญ่ก็ทำให้ประสบการณ์การเขียนนั้นดีที่สุด มีพื้นที่ให้ลากปากกาเยอะ แต่แน่นอนว่าพอจอใหญ่ก็หนักแล้วก็พกลำบาก อย่าง reMarkable 2 มีขนาดเล็กกว่ากระดาษ A4 นิดหนึ่ง หนัก 404 กรัม ส่วน reMarkable Pro นี่ใหญ่เท่ากระดาษ A4 เลย แล้วหนักครึ่งกิโล 525 กรัม การพกติดตัวเลยต้องใส่ในกระเป๋าใบใหญ่เท่านั้น
เพื่อปิดช่องว่างบริษัทก็เลยออก reMarkable Pro Move ที่นำดีไซน์ของรุ่น Pro มาย่อส่วนลงครับ เหลือจอ 7.3 นิ้ว หนักแค่ 230 กรัม แล้วกว้างแค่ 10.7 cm จึงสามารถใช้มือเดียวโอบทั้งเครื่องเพื่อถือจดได้สบาย ๆ

ที่ว่านำดีไซน์ของรุ่นโปรมานั้นตั้งแต่สีสันของตัวเครื่องที่เป็นสีเทาโทนเดียวกัน มีแผ่นยางรองด้านหลังเครื่องแบบเดียวกัน ขอบเครื่องเป็นลอน ๆ ให้จับแล้วไม่ลื่นนิ้วเหมือนกัน ด้านหน้าเครื่องก็เป็นกระจกที่ให้สัมผัสสาก ๆ เหมือนกระดาษเหมือนกัน ใช้เทคโนโลยีหน้าจอที่เรียกว่า Canva Color Display ซึ่งเป็นจอ e-ink แบบสีที่สามารถแสดงสีได้ประมาณ 20,000 สีเหมือนกัน ซึ่งด้วยความที่เป็น e-ink ทำให้ใช้งานกลางแดดได้สบาย แล้วก็มีแสงที่จอทำให้ใช้ในที่มืดได้ด้วย เพียงแต่ว่าตัวเครื่องรุ่น Paper Pro Move นั้นจะหนากว่า Paper Pro อยู่นิดหน่อย เพื่อให้ใส่แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ราว 2 สัปดาห์เหมือนกัน

ส่วนตัวปากกาก็ใช้รุ่นเดียวกับ Paper Pro ครับ ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบคือ Marker รุ่นธรรมดาด้ามสีขาวที่มาพร้อมตัวเครื่อง หรือเลือกอัปเกรดเป็น Marker Plus ด้ามสีดำต้องบวกราคาเพิ่มอีก 2,000 บาท ที่มีน้ำหนักขึ้น และปลายอีกด้านสามารถเอามาถูเพื่อเป็นเครื่องมือยางลบได้ ทำให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น ปากกาทั้งคู่ต้องชาร์จไฟผ่านการแปะติดกับแม่เหล็กข้างเครื่อง โดยในชุดจะมีหัวปากกาให้เปลี่ยนอีก 6 อันสำหรับคนที่เขียนมาก ๆ จนปากกาสึก ก็น่าเสียดายที่ปากกาของ Paper Pro ทั้ง 2 รุ่นเป็นเทคโนโลยีพิเศษของ reMarkable เอง ทำให้ไม่สามารถใช้ปากกาจากผู้ผลิตภายนอกเหมือนกับ reMarkable 2 ที่ใช้ปากกาเทคโนโลยี EMR อื่น ๆ ได้ ทำให้ reMarkable Paper Pro Move ใช้ปากกาจาก LAMY หรือ STAEDTLER ไม่ได้

จุดเด่นที่สุดของ Paper Tablet จาก reMarkable คือใช้ระบบปฏิบัติการพิเศษที่เขียนมาเพื่อการจดบันทึกโดยเฉพาะ ให้ประสบการณ์การเขียนที่ใกล้เคียงการจดลงกระดาษมากที่สุด ทั้งความเร็วของเส้นที่ปรากฏขึ้นที่ลากปากกาในหน้าจอแล้วปรากฎขึ้นทันทีเหมือนลากเส้นในสมุด แล้วเป็นการเขียนแบบไม่มีสิ่งรบกวนเหมือนการเขียนบนแท็บเล็ตอื่น ๆ เพราะมันไม่สามารถลงแอปอะไรได้เลย ไม่มีการแจ้งเตือน ไม่มีการสลับแอปไปมา ให้ใช้งานเหมือนมันเป็นสมุดเล่มหนึ่งที่แก้ไขได้ง่ายกว่าสมุดจริง ๆ
ที่ว่าใช้ง่ายกว่าสมุดธรรมดาก็เพราะว่าเราสามารถเขียนแล้วยกเลิก (Undo) สิ่งที่เพิ่งเขียนได้ สามารถล้อมกรอบเนื้อหาที่ต้องการเพื่อเลือกแล้วย้ายตำแหน่งสิ่งที่เขียนไปแล้ว หรือปรับขนาด ปรับองศาของสิ่งนั้นได้ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก Enable Shapes สำหรับการเขียนสัญลักษณ์วงกลม, สีเหลี่ยม, สามเหลี่ยม ฯลฯ แล้วจะแปลงเป็นสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์ให้ (ส่วนถ้าไม่ต้องการให้แปลง ยังเป็นลายมือของเราอยู่ก็แค่ปิดตัวเลือกนี้) และมีการทำงานในรูปแบบ Layer ที่การเขียนและลบในเลเยอร์หนึ่งจะไม่ส่งผลกระทบกับอีกเลเยอร์หนึ่ง โดยสามารถใส่ได้สูงสุด 5 เลเยอร์ในเอกสาร แล้วมันยังสามารถอ่านตัวเขียนภาษาอังกฤษของเราเพื่อถอดเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษได้ด้วย

เครื่องมือในการเขียนของ reMarkable Paper Pro Move นั้นมี 9 ชนิด ตั้งแต่ปากกาลูกลื่นธรรมดา, Fineliner, ปากกาไฮไลท์, ดินสอ, ดินสอกด, ปากกาคอแร้ง, มาร์กเกอร์, Shader และแปรงระบายสี แต่ละแบบเลือกความหนาของเส้นได้ 3 ระดับ และสามารถเลือกได้ 9 สี ซึ่งเวลาเขียนมันจะตรวจจับแรงกดปากกาเพื่อปรับความหนา-บางของเส้นด้วย และด้วยลักษณะของหน้าจอ e-ink เราจะไม่ได้เห็นสีสันที่เขียนลงไปในทันทีนะครับ สิ่งที่เห็นทันทีระหว่างเขียนคือเส้นสีดำ หลังจากเขียนเสร็จแล้วระบบถึงจะรีเฟรชจอให้สีสันที่ถูกต้องออกมา
นอกจากการเขียนแล้ว เรายังสามารถพิมพ์ตัวหนังสือลงไปด้วยคีย์บอร์ดบนหน้าจอได้ด้วย ซึ่งก็สามารถจัดรูปแบบ Title หรือ Bullet ต่าง ๆ ได้สวยงาม และพิมพ์แล้วก็สามารถมาแก้ไขทีหลังได้ สามารถซิงก์ไปพิมพ์แก้ในมือถือหรือคอมก็ได้ แต่จะแก้ไขได้เฉพาะตัวพิมพ์นะ เราเอานิ้ววาดจอ หรือใช้ Apple Pencil ผ่านแอปบน iPad เขียนเข้าไปไม่ได้

แต่น่าเสียดายเรื่องการรองรับภาษาไทยครับ ที่ตัวเครื่องไม่มีคีย์บอร์ดภาษาไทยให้เลือก และ reMarkable ทุกรุ่นไม่รองรับการแสดงตัวอักษรภาษาไทยเลย เราอาจจะโยนไฟล์ Word หรือ EPUB ผ่านหน้าเว็บเพื่อซิงก์เข้าระบบ Connect ได้ แล้วแอป reMarkable ในคอมหรือมือถือแสดงภาษาไทยได้ แต่เมื่อไปแสดงบนตัวเครื่องจริง ๆ ภาษาไทยจะกลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมไปทั้งหมด เพราะเครื่องไม่มีฟอนต์ภาษาไทยนั่นเอง ส่วนการโยนไฟล์ PDF เข้าไปจดเพิ่มด้วยปากกา จะสามารถแสดงภาษาไทยได้ปกติครับ
ซึ่งการที่ reMarkable ไม่สามารถลงแอปได้เลย ก็หมายความว่าเราไม่สามารถลงแอปอย่าง MEB หรือ Kindle สำหรับอ่าน eBook ได้เช่นกันนะครับ ถ้าอยากอ่าน eBook ก็ต้องโหลดไฟล์ PDF หรือ EPUB ลงเครื่องไปอ่านเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นไฟล์ EPUB ก็ไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้

เราใช้งาน reMarkable Paper Pro Move ร่วมกับรุ่นพี่อย่าง Paper Pro และ reMarkable 2 โดยซิงก์ข้อมูลทั้ง 3 เครื่องให้เหมือนกันด้วย Connect บริการเสริมของ reMarkable ที่ซิงก์ข้อมูลทุกอย่างขึ้นคลาวด์ และสามารถโยนไฟล์ขึ้นคลาวด์เพื่อซิงก์ลงเครื่องได้ และมีฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ เช่นแปลงไฟล์ Word ให้เอาไปใช้งานต่อได้ หรือพิมพ์ค้นหาข้อความที่เขียนลงไปได้ แถมได้ประกันเครื่องเพิ่มเป็น 3 ปี และได้ชุดเทมเพลตเอกสารพิเศษที่เรียกว่า Method เช่นปฏิทินประจำปี หรือ Bullet Journal เพื่อเป็นไกด์แนวคิดสำหรับจดงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Connect มีค่าบริการ 119 บาท/เดือน หรือ 1,190 บาท/ปีครับ
ซึ่ง reMarkable Paper Pro Move ให้ประสบการณ์ใช้งานที่แตกต่างจากรุ่นอื่นมาก เพราะตัวเครื่องเล็ก พกพาง่าย ใช้นอกสถานที่สะดวก เดินเขียนได้ แตกต่างจากรุ่นใหญ่ที่เหมาะสำหรับงานนั่งโต๊ะมากกว่าเพราะหนักแต่มีพื้นที่ให้เขียนเอกสารได้กว้างขวาง

การใช้ Paper Pro Move ร่วมกับ Paper Pro และ reMarkable 2 มีความแตกต่างเรื่องสัดส่วนของหน้ากระดาษที่ใช้อยู่ เพราะ Pro Move มีสัดส่วนจอสำหรับเขียนเป็นแบบหน้าแคบ เพื่อให้สามารถจับด้วยมือเดียวถนัด ในขณะที่ 2 รุ่นใหญ่มีสัดส่วนจอคล้ายกับกระดาษ A4 มากกว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการใช้งานเอกสารข้ามเครื่อง เพราะเราสามารถซูมเข้าออกเพื่อดูหน้ากระดาษที่เหมาะสำหรับเครื่องรุ่นนั้น ๆ ได้ และถ้าหากต้องการใช้ Pro Move เขียนในหน้ากว้างก็สามารถพลิกเครื่องเป็นแนวนอน เพื่อทำงานแนวนอนได้เช่นกัน

ก่อนจะตัดสินใจว่าจะซื้อ reMarkable รุ่นไหนดี ก็ขอเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดของ reMarkable ทุกรุ่นเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตทั่วไปก่อนนะครับ จะได้ตัดสินใจถูกว่าควรซื้อ reMarkable หรือแท็บเล็ตดี
| reMarkable | Tablet | |
|---|---|---|
| ใช้งานแบบไม่มีสิ่งรบกวน | ✅ | ❌ |
| ให้ประสบการณ์การเขียนใกล้เคียงกระดาษ | เหมือนที่สุด | เกือบเหมือน |
| เห็นจอชัดเจนกลางแดด | ✅ | ❌ |
| อ่านไฟล์ PDF, EPUB | ✅ | ✅ |
| ลงแอปเพิ่ม | ❌ | ✅ |
| อ่านหนังสือผ่าน MEB, Kindle | ❌ | ✅ |
| ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร ส่งไลน์ โทรออก | ❌ | ✅ |
| ถ่ายรูป | ❌ | ✅ |
| อ่านตัวอักษรไทย | ❌ | ✅ |
| อายุแบตเตอรี่ | เป็นสัปดาห์ | เป็นวัน |
ถ้าตัดสินใจโอนเอนไปทางอยากลอง ทาง reMarkable ก็ใจป้ำเปิดให้ลองใช้ได้ 50 วัน ซึ่งถ้าลองแล้วไม่ถูกใจก็สามารถส่งเครื่องคืน และรับเงินคืนเต็มจำนวนได้ บริษัทจากนอร์เวย์นี่ดีจริง ๆ

เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะซื้อ reMarkable รุ่นไหนดี เราเลยทำตารางเทียบดังนี้
| Paper Pro Move | Paper Pro | reMarkable 2 | |
|---|---|---|---|
| ความคล่องตัวในการใช้งาน | สูงสุดเพราะเล็กและเบาที่สุด | น้อยสุด เพราะใหญ่และหนัก | ปานกลาง จอใหญ่ เครื่องบางสุด |
| เหมาะกับงาน | จดนอกสถานที่ | จดบนโต๊ะ | จดบนโต๊ะ |
| หน้าจอสี ใช้ในที่มืดได้ | ✅ | ✅ | ❌ |
| ความหน่วงเวลาเขียน | ต่ำ | ต่ำ | ปานกลาง |
| ใช้ปากกาบริษัทอื่น | ❌ | ❌ | ✅ |
| ต่อเคสพร้อมคีย์บอร์ด | ❌ | ✅ | ✅ |
| ความจุเครื่อง | 64 GB | 64 GB | 8 GB |
| ราคา (บาท) | 16,999 | 22,999 | 15,499 |

สรุปแล้ว จากที่เราใช้ reMarkable มานานหลายปี reMarkable Paper Pro Move นั้นสามารถอุดช่องว่างที่เราอึดอัดมาตลอดได้สำเร็จ ในที่สุดมีเครื่องมือที่เหมือนเป็นสมุดโน้ตขนาดเล็กติดตัวไปใช้นอกบ้านได้ง่าย ๆ สักที ซึ่งถ้าถามว่าจะซื้อรุ่นเล็กเป็นเครื่องหลักตัวแรกโดยไม่ต้องมีเครื่องใหญ่ได้ไหม ก็น่าจะขึ้นอยู่กับนิสัยในการจดของคุณ ถ้าปกติคุณจดลงสมุดโน้ตเล็ก ๆ โดยไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ในการเขียนอยู่แล้ว ไม่ได้วาดแผนภูมิใหญ่ ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ใช้งานได้สบายใจเลย
ซึ่งสำหรับใครที่สนใจก็สามารถดูข้อมูลได้ที่ remarkable.com ครับ ส่งฟรี ไม่มีคิดภาษีเพิ่ม






