รีวิว AirPods Max 2 ปรับปรุงจากรุ่นแรกนิดหน่อย

ปกติในวงการหูฟังแทบไม่เคยเห็นการออกหูฟังรุ่นใหม่ แล้วหน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ไม่ใช่กับแอปเปิ้ล นี่ AirPods Max 2 และนี่ AirPods Max 1 หน้าตาเดิมเป๊ะ สีที่ให้เลือก 5 สีของ AirPods Max 2 ก็เหมือน AirPods Max รุ่น USB-C เป๊ะ คือเน้นปรับปรุงด้านเสียงมากกว่าหน้าตา โดยใช้ชิปใหม่คือ H2 ตัดเสียงดีกว่ารุ่นเดิม 1.5 เท่า!

ความทนทานของ AirPods Max

การที่ AirPods Max 2 วางขายในหน้าตาเดิมเลย แอปเปิ้ลอาจจะสื่อว่าดีไซน์เดิมก็ Perfect อยู่แล้ว ไม่ต้องปรับปรุงก็ได้ ถ้ามองในมุมนี้ คิดว่าจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง

เอาส่วนที่มันดีก่อน คือ AirPods Max ตั้งแต่ตัวแรกที่ออกปี 2020 เป็นหูฟังแบบครอบศีรษะที่แข็งแกร่งหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องวัสดุ ที่โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นโลหะ ใช้อะลูมิเนียมตรงแป้นหูฟัง และสแตนเลสสตีลที่ก้าน นอกจากนี้โฟมรองหูแบบบุนุ่มก็ทำจากผ้า ยึดกับตัวหูฟังด้วยแม่เหล็ก ซึ่ง AirPods Max ก็ผ่านการทดสอบในตลาดด้วยการวางขายต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี ทำให้เรารู้ว่ามันเป็นหูฟังที่แข็งแรง ทนทานมาก

ปกติหูฟังบลูทูธแบบครอบหัวทั่วไปเมื่อผ่านไป 3-4 ปี ก้านด้านบนจะเริ่มแตกจากวัสดุพลาสติก แป้นรองหูก็จะเริ่มลอก เพราะใช้วัสดุเป็นหนังสังเคราะห์ แต่จากประสบการณ์ที่ใช้ AirPods Max มาตั้งแต่เปิดตัว กับที่ค้นรีวิวระยะยาวในอินเทอร์เน็ตมา AirPods Max ยังไม่เจอปัญหาวัสดุพังแบบนั้นเลย ก้านด้านบนก็ยังแข็งแรงไม่แตก แป้นหูฟังที่เป็นผ้าก็ไม่ลอก ถ้าสกปรกก็เอาน้ำสบู่มาทำความสะอาด หรือถ้าสกปรกมาก ๆ ก็ซื้ออันใหม่มาเปลี่ยนได้ง่าย ๆ (2,290 บาท) โดยไม่ต้องส่งเข้าศูนย์ไปเปลี่ยนแบบหูฟังอื่นๆ

นอกจากนี้การเก็บหูฟังก็คิดใหม่ทำใหม่เช่นกัน คือใช้ Smart Case บาง ๆ สวมแค่ตรงแป้นหูฟัง ทำให้ AirPods Max เก็บในท่าประหลาดกว่าหูฟังครอบหัวทั่วไป จะใส่กระเป๋าไปเลยก็ได้ มันบาง พกไม่ยาก หรือจะเกี่ยวไปกับหูกระเป๋าที่เราสะพายติดตัวก็ได้ ซึ่งด้วยความที่มันมี 5 สีก็เป็นการโชว์ AirPods Max ในฐานะพร็อบในตัว

ซึ่งตอนแรกเราก็คิดว่าเคสแค่นี้มันจะไปป้องกันตัวหูฟังได้ยังไง แต่ใช้มาหลายปี ด้วยความที่เป็นหูฟังโลหะ มันทนโลกกว่าที่เราคิดมาก

การควบคุมเองก็เป็นสิ่งที่ทำได้ดีตั้งแต่รุ่นแรกอยู่แล้ว การควบคุมเรียบง่ายด้วย Digital Crown หมุนเร่ง-ลดเสียงง่าย ๆ กดเพื่อเล่นเพลงหยุดเพลง หรือกด 2 ครั้งเปลี่ยนเพลงหรือตัดสายก็ได้ และมีปุ่มปรับการตัดเสียงรบกวนแยก เพราะต้องกดกันบ่อย ๆ

สิ่งที่ AirPods Max 2 ยังไม่ปรับปรุง

แต่ส่วนที่คิดว่ามันยังปรับปรุงได้อีก แล้วเราไม่เห็นการแก้ไขในรุ่นนี้คือน้ำหนัก AirPods Max และ AirPods Max 2 หนักเท่าเดิม เลขเดิมเลยคือ 386.2 กรัม ซึ่งถ้าใส่ตรง ๆ ให้น้ำหนักลงมาตรง ๆ แบบนี้ ซึว่าไม่ได้รู้สึกหนักเท่าไหร่ แต่ถ้าเรานอนฟังเพลงแบบหูฟังเอียงไปข้างหน้าหรือข้างหลังจะรู้สึกว่าหูฟังหนักทันที

นอกจากนี้ผ้าถักด้านบนยังเหมือนเดิม ซึ่งใช้ไปนาน ๆ มันน่าจะย้วยได้เหมือนรุ่นเดิม แต่การย้วยก็เป็นเรื่องของความสวยงาม ไม่มีผลอะไรกับการใช้งาน และอีกอย่างคือไม่ได้สู้เหงื่อได้เหมือน AirPods Pro นะ ไม่ควรใส่ออกกำลังกาย

จากที่ค้นรีวิวระยะยาวมา ปัญหาความทนทานของ AirPods Max รุ่นแรกจะอยู่ที่เคเบิ้ลภายในมากกว่า หลายคนเจอปัญหาบิดไปมา 2-3 ปีแล้วสายภายในมีปัญหา ต้องซ่อม แล้วก็ฝรั่งที่ใช้ในเมืองหนาวบางคนเจอปัญหาความชื้นภายในเพราะแป้นหูฟังเป็นอะลูมิเนียมที่เย็นได้ตามอุณหภูมิ ทำให้ความชื้นกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้ภายในหูฟังจนมีปัญหา แต่ในกระทู้เดียวกันก็มีผู้ใช้อีกหลายคนที่ใช้มาหลายปีโดยไม่มีปัญหาเช่นกัน ซึ่งเราก็ยังไม่เจอ ใครไม่เจอปัญหา หรือเจอปัญหากับ AirPods Max ตัวแรกมาแชร์กันได้นะ

เสียงของ AirPods Max 2

ตอนนี้คนอยากซื้อ AirPods Max 2 น่าจะตอบข้อสงสัยเรื่องความทนทานได้แล้ว แล้วเสียงของหูฟังรุ่นใหม่นี้ดีแค่ไหน

เสียงของ AirPods Max 2 สานต่อลักษณะเดิมของ AirPods Max ตัวแรกแล้วปรับปรุงให้ดีขึ้น คือเป็นเสียงที่ค่อนข้าง Flat ไม่ได้ดันเสียงเบสหรือเสียงแหลมให้โดดเด่นขึ้นมาก แต่เป็นเสียงที่นุ่มนวล ฟังได้ยาว ๆ และเต็มไปด้วยรายละเอียด แอปเปิ้ลบอกว่ารุ่นใหม่ปรับปรุงให้เบสอิ่มลึกขึ้น เสียงกลางหวาน ถ่ายทอดเสียงร้องได้ดี แต่เราลองแล้วเสียงใกล้เคียงเดิม ไม่ได้ต่างจนรู้สึกได้ชัด

แต่ AirPods Max 2 จะเน้นปรับเสียงด้วย Adaptive EQ อัตโนมัติ ให้เสียงสมบูรณ์ที่สุดในสถานการณ์ต่าง ๆ ใครที่ชอบปรับ EQ เองอาจจะต้องปล่อยวางนิดหนึ่ง ปรับได้ไม่เยอะ

แล้วการใช้หูฟังเพื่อการดูหนังก็ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โดยเฉพาะการดูกับ Apple TV หรือบริการที่มีเสียงแบบ Spatial ให้มิติเสียงโอบล้อมได้เหมือนดูในโรงหนังเลย

แม้ว่า AirPods Max 2 จะรองรับการเชื่อมต่อไร้สายสูงสุดด้วย Codec AAC เหมือนเดิมตามสไตล์แอปเปิ้ล แต่รุ่นนี้ก็สามารถเชื่อมต่อเสียงด้วยสายผ่าน USB-C โดยตรงได้ ซึ่งทำให้ได้เสียงระดับ Lossless และความหน่วงต่ำที่สุด ทำให้เอาไปใช้เล่นเกมได้ดีกว่าการเชื่อมผ่าน Bluetooth แต่ก็ไม่ได้รองรับเสียงในระดับ Hi-Res สูงสุดที่ 48 kHz 24-bit คือระดับดีกว่าเสียงจาก CD นิดหน่อย

ความสามารถใหม่จากชิป H2

ซึ่งพอใช้ชิป H2 แบบที่ AirPods Pro ใช้ตั้งแต่รุ่น 2 ใช้ก็ทำให้ได้ฟีเจอร์ของ AirPods Pro 2 มาในรุ่น Max (สักที) ที่เด่น ๆ ก็ Adaptive Audio ที่สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนภายนอกให้เหมาะสมเองได้ ไว้ใช้เวลาไม่ต้องการให้ตัดเสียงเงียบสุดตลอดเวลา อยากให้ได้ยินเสียงภายนอกให้เป็นธรรมชาติบ้าง แล้วยังมี Loud Sound Reduction ฟีเจอร์ลดเสียงดังภายนอกอัตโนมัติ หรือ Conversation Awareness ที่หูฟังจะรับรู้ได้ว่าเราพูด แล้วหรี่เสียงเพลงเพื่อเปิดเสียงภายนอกให้เอง แล้วก็ Live Translation แปลภาษาได้ แต่ไม่ได้วัดการเต้นของหัวใจได้นะ

จุดเด่นของ AirPods Max ตั้งแต่ตัวแรกคือ Transparent สามารถถ่ายทอดเสียงรอบได้เป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้ใส่หูฟังอยู่ ซึ่งใน AirPods Max 2 มันดีขึ้นไปอีก เป็นธรรมชาติกว่าเดิม หูฟังตัวท็อปของหลายแบรนด์ก็สู้เรื่องนี้ไม่ได้

เสียงไมค์ของ AirPods Max รุ่นแรก จริง ๆ มันก็เสียงโอเคแหละ แต่ก็เหมาะแค่คุยโทรศัพท์ ไม่เหมาะเอามาอัดเสียงใช้งาน ส่วนเสียงไมค์ของ AirPods Max 2 เสียงดีขึ้น มีบอดี้ขึ้น พอจะใช้อัดเสียงสำหรับงานสตูดิโอได้

ที่เล่ามานี้แทบจะเป็นความสามารถของชิป H2 เป็นหลักเลย เพราะจำนวนไมค์ ตำแหน่งไมค์ก็ไม่ได้เปลี่ยน คือถ้าเปลี่ยนชิปแล้วปรับปรุงได้เยอะขนาดนี้ ไม่รู้ทำไมตอนแอปเปิ้ลออก Airpods Max USB-C ถึงไม่อัปเป็นชิป H2 ไปเลย

ควรซื้อ AirPods Max 2 ไหม

ที่นี้ ถ้าใช้ AirPods Max ตัวแรกอยู่ ควรอัปเป็นรุ่นใหม่ไหม เราว่าถ้าใช้รุ่น USB-C อาจจะทำใจอัปยากนิดหนึ่ง แต่ถ้าใช้รุ่น Lighting ก็เป็นโอกาสดีที่จะอัปแล้ว เพราะฟีเจอร์อัจฉริยะมาครบ และเสียงดีขึ้นด้วย ส่วนใครที่ยังไม่เคยใช้เลย เราว่าเสียงมันดีแบบเป็นธรรมชาติ หลงรักได้ไม่ยาก เหลือแค่เรื่องหนักที่ต้องไปลอง ว่ารับได้ไหม

ซึ่ง AirPods Max 2 เปิดตัวที่ราคา 18,990 บาทถูกกว่ารุ่นแรกตอนเปิดตัวอยู่ 1,000 บาท ซึ่งก็เป็นหูฟังราคาระดับพรีเมี่ยม แพงกว่าหูฟังไร้สายตัวท็อปแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Sony, Bose, Sonos ราคาขึ้นไปเทียบกลุ่ม B&O, B&W แต่ก็ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ยาว ๆ หลายปีค่ะ

บรรณาธิการ CEEi ดูแลเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...