HPE เปิดตัวคลาวด์ส่วนตัวเสมือน (VPC) พร้อม On-Premise Option เสริมแกร่ง Aruba Central

CEEi TeamPR News12 months ago113 Views

บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ (HPE) ยกระดับโซลูชันการจัดการเครือข่ายอัจฉริยะ HPE Aruba Networking Central ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวตัวเลือกการใช้งานใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความปลอดภัยของข้อมูล (Data Sovereignty) และการควบคุมเครือข่ายที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมกับ Virtual Private Cloud (VPC) สำหรับลูกค้าที่ต้องการความคล่องตัวแบบคลาวด์ ควบคู่ไปกับการควบคุมข้อมูลและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด รวมถึงตัวเลือกการติดตั้ง On-Premise ที่สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อคลาวด์

การขยายขีดความสามารถของ HPE Aruba Networking Central ในครั้งนี้ ทำให้ HPE กลายเป็นผู้ให้บริการรายเดียวในตลาดที่นำเสนอการบริหารจัดการเครือข่ายขั้นสูงที่ครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าจะเป็น AI บนคลาวด์, VPC ส่วนตัว, ระบบติดตั้งภายในองค์กร, SaaS สาธารณะ หรือบริการเครือข่ายตามการใช้งาน (NaaS)

HPE Aruba Networking Central On-Premises for Government เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการเปิดตัวครั้งนี้ โดยนำเสนอตัวเลือกการใช้งานพร้อมฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FIPS 140-2 ตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของภาครัฐโดยเฉพาะ โซลูชันนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร รองรับการใช้งานใหม่ๆ เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูล AI, การเทรน และการประมวลผลอนุมาน AI ที่ต้องการการควบคุมดูแลที่เข้มงวด ผ่านทางตัวเลือกการติดตั้งแบบแยกขาดจากเครือข่ายภายนอก (Air-gapped On-premise) และ VPC บนคลาวด์

สำหรับผู้ใช้งานคลาวด์สาธารณะและ VPC จะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายที่ครอบคลุมของ HPE GreenLake cloud ซึ่งมีศูนย์ข้อมูลกระจายอยู่ทั่วโลก ช่วยให้การใช้งานคลาวด์เป็นไปอย่างยืดหยุ่นและสอดคล้องกับข้อกำหนดในแต่ละภูมิภาค

ฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ที่มาพร้อม HPE Aruba Networking Central:

  • AIOps ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง: ระบบเครือข่ายอัตโนมัติที่คอยตรวจสอบและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจจับปัญหาได้อย่างแม่นยำ
  • AI-powered Automated Network Assistant: ผู้ช่วย AI ที่ทำหน้าที่เป็นสถาปนิกเครือข่าย คอยตรวจสอบ รวบรวมข้อมูล วินิจฉัย และให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และป้องกันข้อผิดพลาดในการตั้งค่า
  • Full-Stack Network Observability: ขยายขีดความสามารถในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาเครือข่าย รวมถึงการตรวจวัดระยะไกลอัตโนมัติ (Telemetry) รองรับเครือข่ายแบบผสมผสานและแอปพลิเคชันไอทีหลักขององค์กร พร้อมสิทธิ์การใช้งาน OpsRamp Extension เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์จากผู้ให้บริการรายอื่น
  • Deep Visibility for Microsoft Teams: เพิ่มความสามารถในการติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมูลในแอปพลิเคชัน Microsoft Teams แบบเรียลไทม์ ช่วยให้การโทรด้วยเสียงและวิดีโอมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น
  • Comprehensive Integrated APIs: API แบบบูรณาการที่ครอบคลุม ช่วยให้สามารถแชร์ข้อมูลการตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาในเครือข่ายแบบฟูลสแต็ก รวมถึงเครื่องมือไอทีระดับองค์กรอื่นๆ ทำให้ HPE Aruba Network Central เป็น “แหล่งข้อมูลหลักที่เชื่อถือได้” ในการดูแลเครือข่าย

ฟิล มอตแทรม รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปของ HPE Aruba Networking กล่าวว่า “องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับข้อมูลมากขึ้น ทำให้ต้องการโซลูชันไอทีที่บริหารจัดการได้ทั้งในระดับ Local และ Regional ด้วยนวัตกรรมเหล่านี้ HPE สามารถตอบโจทย์ความท้าทายที่เร่งด่วนขององค์กรธุรกิจ หน่วยงานไม่แสวงหากำไร และหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความยืดหยุ่นในการใช้งานการจัดการเครือข่ายที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อผสานรวมกับนวัตกรรม AI, ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ก้าวหน้าของ HPE ทำให้ HPE Aruba Networking Central นำเสนอแอปพลิเคชันการจัดการเครือข่ายที่ทรงพลังและหลากหลายที่สุดในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมได้อย่างมั่นใจ”

HPE Aruba Networking Central พร้อมให้ใช้งานในรูปแบบการสมัครสมาชิกรายปี โดยมีรูปแบบใบอนุญาตพื้นฐาน (Foundation) และขั้นสูง (Advanced) และจำหน่ายผ่านพาร์ทเนอร์ของ HPE รวมถึงผู้ให้บริการการจัดการระบบ (MSP)

See Culture. Spark Innovation. Illuminate the Future.

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...