
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เดินหน้าผลักดัน “Agentic AI” เต็มตัว พร้อมคาดสร้างรายได้แตะ 1 ล้านล้านเหรียญในปี 2027 จากแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Blackwell และ Vera Rubin รวมถึงความร่วมมือกับ OpenClaw

Huang ระบุว่าความมั่นใจนี้มาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI โดยเฉพาะฝั่ง “การประมวลผลแบบอนุมาน” (inference) ที่กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เมื่อเทียบกับการฝึกโมเดล (training) สอดคล้องกับการขยายตัวของ AI แบบเอเจนต์ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้จริง
เขาปรียบเทียบ Agentic AI ว่าเป็น “คอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่” ที่จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมทั้งหมด พร้อมยกตัวอย่าง Claude Code จาก Anthropic ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการซอฟต์แวร์ ซึ่งปัจจุบันวิศวกรใน Nvidia แทบทุกคนใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด
Nvidia ยังเดินเกมรุกด้วยการร่วมมือกับ OpenClaw ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์แบบเอเจนต์” ที่อาจมีบทบาทคล้าย Microsoft Windows ในยุคพีซี

แต่ OpenClaw ก็ยังมีความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากต้องเข้าถึงระบบและข้อมูลของผู้ใช้ในระดับลึก เพื่อลดความเสี่ยงนี้ ทาง Nvidia จึงเปิดตัว NemoClaw เวอร์ชันที่เน้นความปลอดภัยสำหรับองค์กร ขณะเดียวกันยังขยายบทบาทในโลกโอเพนซอร์ส เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้งานที่เชื่อมโยงกับฮาร์ดแวร์ของบริษัทมากขึ้น
นอกจากนี้ Nvidia ยังประกาศแผนสำคัญอีกหลายด้าน ทั้งการพัฒนาชิปสำหรับงาน inference รุ่นใหม่ การผลักดัน CPU ของตัวเอง และความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น Hyundai, Nissan, BYD และ Geely เพื่อผลิตรถแท็กซี่ไร้คนขับจำนวนมหาศาล
แม้ Nvidia จะแสดงวิสัยทัศน์เชิงรุก แต่ตลาดการเงินเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับการลงทุน AI มูลค่าสูง และแนวโน้มการเติบโตที่อาจชะลอตัว โดยราคาหุ้นของบริษัทไม่ได้ตอบรับเชิงบวกมากนักหลังการประกาศ เนื่องจาก Agentic AI และเศรษฐกิจ AI อาจเป็นทั้งโอกาสมหาศาล หรือความเสี่ยงครั้งสำคัญของบริษัทในระยะยาว
ที่มา gizmodo





