รู้จัก Devialet แบรนด์เครื่องเสียงไฮเทคผสานแฟชันจากฝรั่งเศส ผ่านเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์

THE SUMMARY:

เมื่อนึกถึง Devialet เราน่าจะนึกถึงลำโพงรูปไข่ที่ให้เสียงดีมากอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งแม้ภายนอกของลำโพงจากฝรั่งเศสนี้จะดูหรูหรา ดูมีแฟชันที่สวยงาม แต่ภายในนั้นประกอบด้วยวิศวกรรมด้านเสียงมากมายที่คิดค้นมาพิเศษเพื่อแก้ปัญหาหลายอย่าง ซึ่งในงาน Devialet Heritage Showcase ที่จัดขึ้นที่ร้านเดเวียเลย์สาขา Icon Siam คุณ Ivan Setiono จากเดเวียเลย์ได้บอกเล่าเรื่องราวและเทคโนโลยีที่เดเวียเลย์ได้คิดค้นขึ้น

Ivan Setiono, Head of Sales, Devialet
Ivan Setiono, Head of Sales, Devialet

จุดเริ่มต้น: การผสานสองโลกเข้าด้วยกัน

จุดเริ่มต้นของ Devialet เกิดขึ้นในปี 2004 เมื่อ Pierre-Emmanuel Calmel วิศวกรของ Nortel ในขณะนั้นต้องการแก้ไขปัญหาใหญ่ของโลกเครื่องเสียงคือ ภาคขยายเสียง หรือ Amplifier ที่ผู้ใช้จำเป็นต้องเลือกระหว่าง

  1. Analog Amplifier (Class A): ให้เสียงที่คนเล่นเครื่องเสียงชอบ มีความอุ่น (Warmth) แต่เครื่องใหญ่ เทอะทะ และร้อนมาก
  2. Digital Amplifier (Class D): ขนาดเล็ก มีประสิทธิภาพ ให้เสียงดังได้ในขนาดเล็กและไม่ร้อน แต่คุณภาพเสียงไม่เป็นธรรมชาติ
Pierre-Emmanuel Calmel (CTO), Quentin Sannié (CEO) และ Emmanuel Nardin กับ Devialet Phantom รุ่นแรก
Pierre-Emmanuel Calmel (CTO), Quentin Sannié (CEO) และ Emmanuel Nardin กับ Devialet Phantom รุ่นแรก

คุณ Calmel จึงคิดเอาข้อดีของแอมป์ 2 โลกคือ Class A และ Class D เข้ามารวมกันโดยให้แอมป์อนาล็อกตัวหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมแรงดัน (voltage) เพื่อรักษาคุณภาพเสียง ส่วนแอมป์ดิจิทัลอีกชุดรับหน้าที่จ่ายกระแส/กำลัง (current/power) ให้ลำโพงแทน เพื่อใช้ข้อดีด้านประสิทธิภาพ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นจุดกำเนิดของแอมป์ ADH (Analog Digital Hybrid) ที่เป็นการนำคุณภาพเสียงระดับสูงของ Analog มาผสมผสานกับประสิทธิภาพและความแม่นยำของ Digital ซึ่ง ADH เป็นสิทธิบัตรรากฐานของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Devialet ในเวลาต่อมา

หลังจากที่คุณ Calmel จดสิทธิบัตร ADH แล้ว ก็ลาออกจาก Nortel มาพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องเสียงเต็มเวลา และก่อตั้งแบรนด์ Devialet ร่วมกับ Quentin Sannié (CEO) และ Emmanuel Nardin ในปี 2007 ซึ่งหลังจากก่อตั้งบริษัทได้ 3 ปี ในปี 2010 ผลิตภัณฑ์แรกที่ใช้เทคโนโลยี ADH ก็ออกมาคือแอมป์ D-Premier ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Devialet ด้วย

Devialet D-Premier
Devialet D-Premier

ไทม์ไลน์ของ Devialet

  • 2007: ก่อตั้งบริษัท Devialet
  • 2010: เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรก “D-Premier” แอมพลิฟายเออร์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ADH
  • 2014: หลังจากประสบความสำเร็จกับแอมป์ Devialet ตั้งเป้าหมายใหม่ในการนำเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์มาย่อส่วนลงในลำโพงชิ้นเดียว จนเกิดเป็น Devialet Phantom ลำโพงรูปทรงไข่ไอคอนิกที่สร้างเสียงระดับที่ “รู้สึก” ได้
  • 2016: เปิดตัวแอมป์ชุดใหม่ Devialet Expert Pro
  • 2018: เปิดตัว Phantom Reactor ลำโพงทรงไข่ขนาดเล็กกว่า Phantom สร้างเสียงใหญ่หนักแน่นระดับที่เคยเป็นไปไม่ได้ในลำโพงขนาดนี้
    • ซึ่งปัจจุบัน Phantom Reactor ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Phantom II และรุ่นใหญ่เป็นชื่อ Phantom I
  • 2020: เปิดตัว Devialet Gemini หูฟังรุ่นแรกของแบรนด์
  • 2022: เปิดตัว Devialet Dione ซาวด์บาร์ตัวแรกที่รองรับ Dolby Atmos และเปิดตัว Devialet Mania ลำโพงพกพาตัวแรก ที่สามารถพกเสียงของเดเวียเลย์ออกไปฟังนอกบ้านได้
  • 2023: เปิดตัว Gemini II ปรับปรุงจากรุ่นแรกให้เสียงดีขึ้น ใส่สบายขึ้น
  • 2024: กลับสู่รากเหง้าด้วยการเปิดตัว Devialet Astra อินทิเกรตแอมป์รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป ADH Next Generation ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักของสินค้าในอนาคต
  • 2025: ปรับปรุงลำโพงชุด Phantom ทั้งหมดใหม่กลายเป็น Phantom Ultimate ให้เสียงดีขึ้นในขนาดเท่าเดิม

เทคโนโลยีสำคัญของ Devialet

นอกจากภาคขยายเสียง ADH แล้ว ยังมีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างลำโพง Devialet Phantom ให้ได้พลังเสียงที่เกินขนาดตัวคือ

  • SAM (Speaker Active Matching): ระบบประมวลผลดิจิทัลที่ทำหน้าที่จับคู่และควบคุมการทำงานของแอมป์กับลำโพงให้แมตช์กันอย่างแม่นยำที่สุดในเชิงฟิสิกส์ของดอกลำโพง เพื่อควบคุมดอกลำโพงได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุด
  • HBI (Heart Bass Implosion): การออกแบบระบบวูฟเฟอร์ให้ดอกลำโพงเสียงต่ำ 2 ตัววางหันหลังเข้าหากันในห้องปิด (sealed chamber) แล้วอัดลม/ความดันเสียงภายในให้สูงมาก ก่อนปลดปล่อยออกมาเป็นคลื่นเสียงความถี่ต่ำ ทำให้ลำโพง Phantom สามารถให้เบสลึกและแรงระดับตู้ซับขนาดใหญ่ได้
  • ACE (Active Cospherical Engine): แนวคิดการออกแบบตัวตู้/สถาปัตยกรรมอะคูสติกแบบ “กึ่งทรงกลมสมมาตร” เพื่อให้ลำโพงอย่าง Phantom และ Mania กระจายเสียงได้รอบทิศทางและสมดุลจากทุกมุมฟัง ทำให้ได้โทนเสียงและบาลานซ์ที่ใกล้เคียงกันไม่ว่าจะยืน/นั่งมุมไหนของห้อง จึงเหมาะกับการใช้งานเป็นลำโพงใช้งานทั่วไปในห้องนั่งเล่น หรือปาร์ตี้ที่คนเดินไป-มารอบห้อง

วิวัฒนาการล่าสุด Phantom Ultimate

Devialet Phantom Ultimate 98 dB
Devialet Phantom Ultimate 98 dB

Devialet Phantom Ultimate รุ่นล่าสุดถือเป็นผลรวมของประสบการณ์ 15 ปี สามารถตอบสนองความถี่ได้กว้างมาก ตั้งแต่ 14 Hz (เสียงต่ำลึก) ไปจนถึง 35 kHz (เสียงสูง) ด้วยความดัง 108 dB และมีค่าความเพี้ยน (Distortion) ต่ำจนแทบวัดค่าไม่ได้ โดยรุ่นนี้ Devialet ปรับจูนโดยเน้นการ “คืนชีวิต” ให้เสียงดนตรี (Alive with Sound) ให้ความสมจริง (Realism) เหมือนมีนักดนตรีมาเล่นอยู่ตรงหน้า และให้มิติเสียง (Stereo Image) ที่แม่นยำทั้งความกว้างและความลึก

นอกจากนี้ยังมีโหมดพิเศษที่ให้เสียงแบนราบ (Flat) ไม่มีการปรุงแต่ง เพื่อให้ได้ยินเสียงแบบเดียวกับที่ศิลปินและโปรดิวเซอร์ได้ยิน ซึ่งศิลปินอาชีพก็นำไปใช้เช็กเสียงจริง ๆ

บรรยากาศในงาน Devialet Heritage Showcase ที่วง Lipta ขึ้นโชว์ Mini Concert
บรรยากาศในงาน Devialet Heritage Showcase ที่วง Lipta ขึ้นโชว์ Mini Concert

จากจุดเริ่มต้นในปี 2010 กับแอมพลิฟายเออร์ D-Premier สู่ Phantom Ultimate ในปัจจุบัน Devialet พิสูจน์ให้เห็นถึงการนำวิศวกรรมชั้นสูงมาสร้างสิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ และสร้างสรรค์ลำโพงที่ดีไซน์แตกต่างจากท้องตลาดได้ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของเสียงดนตรีออกมาให้ดีที่สุด

บรรณาธิการ CEEi ดูแลเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...