ประธาน SK Hynix เผย วิกฤตชิปหน่วยความจำอาจลากยาวไปถึงปี 2030…

THE SUMMARY:

วิกฤตชิปหน่วยความจำขาดแคลนจากความต้องการลงทุนในด้าน AI เริ่มส่งกระทบต่อผู้บริโภคทั่วไปกันแล้ว ไม่ว่าจะราคา RAM ที่แพงขึ้นอย่างมาก หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องใช้ชิปหน่วยความจำก็โดนผลกระทบตามไปเช่นกัน

ในงาน Nvidia GTC ที่เมือง ซานโฮเซ แคลิโฟเนีย สหรัฐฯ เช แต-วอน (Chey Tae-won) ประธานของ SK Group หรือที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นหูกันดีกับชื่อบริษัท SK Hynix ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วิกฤตครั้งนี้อาจลากยาวออกไป 4-5 ปี หรือถึงปี 2030 เลยทีเดียว

ซึ่งถึงแม้ SK Hynix จะมีโรงงานของตัวเอง กับรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นมาก แต่ด้านการผลิตก็ยังไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้าระดับองค์กรได้ ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์ค้างสำหรับเวเฟอร์พื้นฐานที่ใช้ผลิตชิปหน่วยความจำอยู่ถึง 20%

ณ ตอนนี้ SK Hynix ครองส่วนแบ่งตลาดหน่วยความจำ HBM (สำหรับ AI ประสิทธิภาพสูง) มากกว่า 50% และถือส่วนแบ่งตลาด DRAM ทั่วไปอีก 32% ร่วมกับ Samsung Electronics และ Micron Technology ซึ่งเป็นเหล่าผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีของโลก

แต่ปัญหาจริง ๆ นั้นแย่กว่าแค่ราคาที่พุ่งสูงขึ้นหรือของขาดตลาด แต-วอน ยังเผยอีกว่า การผลิตที่ไม่ทันต่อความต้องการเริ่มกระทบกับ “กำไร” ของบริษัทแล้ว แม้ SK Hynix จะลงทุนขยายโรงงานครั้งใหญ่ และมีแผนเพิ่มเติมเพื่อช่วยควบคุมราคาในตลาดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการเหล่านี้ออกมา

ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ บริษัทยังเผยว่า “กำลังการผลิตทั้งหมดของปี 2026 นั่นถูกจองหมดแล้ว” ยิ่งรวมเข้ากับความตึงเครียดทางการเมือง อย่าง ความขัดแย้งของสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ก็อาจทำให้สถานการณ์แย่ลงได้อีก จากตัวอย่างเหตุการณ์โดรนโจมตีโรงงานผลิตฮีเลียมในกาตาร์ ซึ่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโดยตรง…

ที่มา: Techspot

'ช่างภาพ' ที่เขียนคอนเทนต์ได้ หาเงินซื้อเปียกให้แมว 3 ตัว ที่บ้าน

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...