เจาะลึก CES 2026: เมื่อโลกเปลี่ยนจาก “Gadget” สู่ “Platform” และ AI คือระบบประสาทใหม่ของโลก

THE SUMMARY:

หากคุณคิดว่างาน CES 2026 เป็นเพียงงานโชว์อุปกรณ์ล้ำๆ เหมือนปีก่อนๆ คุณอาจกำลังมองภาพผิดไป เพราะธีมใหญ่ที่สุดของปีนี้คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้จบแค่การขาย Hardware อีกต่อไป แต่กำลังมุ่งหน้าสู่ Software, Service และ Ecosystem ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ

คาดการณ์ว่าตลาด Consumer Tech ทั่วโลกจะแตะระดับ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 แต่การเติบโตนี้ไม่ได้วัดที่จำนวนเครื่องที่ขายได้ แต่วัดกันที่คุณค่าที่ระบบมอบให้มนุษย์ นี่คือ 3 Megatrends ที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

1. Intelligent Transformation: เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

เทรนด์แรกและใหญ่ที่สุดคือการที่ AI ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่กลายเป็นรากฐาน (Infrastructure) ของทุกสิ่ง หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นระบบประสาทของโลก โดยมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้าน:

จาก AI ทั่วไป สู่ Agentic และ Vertical AI

ยุคของ AI ที่ทำได้แค่ถาม-ตอบกำลังจะผ่านไป เรากำลังเข้าสู่ยุคของ:

  • Agentic AI: AI ที่สามารถรับเป้าหมาย วางแผน ลงมือทำ ตรวจสอบ และปรับปรุงผลลัพธ์ได้เอง เช่น AI Project Manager หรือ AI Supply Chain Planner
  • Vertical AI: AI ที่เชี่ยวชาญเฉพาะอุตสาหกรรม ลึกซึ้งด้วย Domain Knowledge เช่น AI สำหรับโรงพยาบาล หรือ AI สำหรับโรงงานผลิต ซึ่งจะทำงานได้ดีกว่า AI แบบครอบจักรวาล

หุ่นยนต์เริ่มทำงานจริง (Physical AI)

หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจะเปลี่ยนจากของโชว์ในงานนิทรรศการ มาเป็นแรงงานใหม่ในโลกความจริง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) หรือระบบ Robot-as-a-Service ที่เริ่มใช้งานจริงในโรงงานและพื้นที่เฉพาะ

ความปลอดภัยแบบ Real-time

เมื่อ AI ถูกใช้ทั้งฝั่งโจมตีและป้องกัน ระบบ Cybersecurity ในปี 2026 จึงต้องทำงานแบบทำนายล่วงหน้า และแก้ไขปัญหาได้เอง เพราะความปลอดภัยไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจ ถ้าไม่มีความปลอดภัย ธุรกิจอาจถึงขั้นล่มสลายได้เมื่อถูกโจมตี

2. Longevity: สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว

นิยามของ Health Tech ในปี 2026 เปลี่ยนจากการรักษาเมื่อป่วยไปสู่การดูแลก่อนป่วย และทำให้สุขภาพกลายเป็นประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน และ Wearables เปลี่ยนบทบาทเป็น Health Coach

อุปกรณ์สวมใส่จะไม่ใช่แค่เครื่องมือวัดค่าอีกต่อไป แต่จะทำหน้าที่แนะนำและปรับพฤติกรรมให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ดีขึ้น เช่น เตือนให้พักเมื่อเครียด หรือแนะนำโภชนาการแบบเรียลไทม์

กระแสการดูแลรูปร่างและสุขภาพจะไม่ใช่แค่เรื่องยา (เช่น ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1) แต่จะกลายเป็นระบบนิเวศที่รวมเอา Data, การติดตามผล และการปรับพฤติกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

และการรักษาจะเข้าสู่ยุค Precision Medicine ที่วิเคราะห์ลึกถึงระดับ DNA เพื่อเลือกยาที่เหมาะกับร่างกายเฉพาะบุคคล ผสานกับระบบ Remote Care ที่ใช้เซนเซอร์ส่งข้อมูลจากบ้านไปหาหมอ ลดภาระการไปโรงพยาบาล

3. Engineering Tomorrow: สร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้โลก

โลกกายภาพกำลังถูกออกแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความอยู่รอดและประสิทธิภาพสูงสุด รถยนต์กำลังเปลี่ยนสถานะเป็น Software-Defined Vehicle ซึ่งเน้นที่แพลตฟอร์มและการปรับแต่งส่วนบุคคล ภายในห้องโดยสาร มากกว่าแค่สมรรถนะเครื่องยนต์แบบเดิม

หรือก่อนจะสร้างอะไรขึ้นมาจริง ๆ ในปี 2026 เราจะเห็นการใช้ Digital Twin หรือการจำลองโลกเสมือนของโรงงาน เมือง หรือระบบพลังงาน เพื่อทดสอบระบบให้แม่นยำก่อนลงมือทำจริง ช่วยลดต้นทุนและข้อผิดพลาดมหาศาล

และระบบพลังงานจะมีความอัจฉริยะมากขึ้น (Smart Grid) สามารถปรับการจ่ายไฟแบบเรียลไทม์ รองรับการใช้พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

สรุป: อนาคตที่ “ฉลาด” และ “ยั่งยืน”

ภาพรวมของ CES 2026 สะท้อนให้เห็นว่า เรากำลังก้าวข้ามยุคที่ตื่นเต้นกับอุปกรณ์ใหม่ ๆ ไปสู่ยุคที่มองหาระบบที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น AI ที่ช่วยจัดการงานแทนคน (Productivity), เทคโนโลยีสุขภาพที่ช่วยให้เราอายุยืนขึ้น (Longevity), หรือระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน (Engineering Tomorrow)

คำถามสำคัญในปี 2026 จึงไม่ใช่ “เราจะใช้ AI ไหม?” แต่คือ “เราจะออกแบบโลกของเราด้วย AI อย่างไร?”

บรรณาธิการ CEEi ดูแลเนื้อหาด้านเทคโนโลยี Gadget ทุกประเภท

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...