
‘Shrinking’ คือซีรีส์ที่ไม่เพียงแค่พูดเรื่องสุขภาพจิตได้อย่างตรงไปตรงมา แต่ยังสะท้อนให้เราเห็นว่าความเจ็บปวดและความสุขมักอยู่คู่กันเสมอ การกลับมาในซีซันที่ 3 นี้ ตัวละครต่างเติบโตขึ้นพร้อมกับบาดแผลที่เริ่มตกสะเก็ด เพื่อย้ำเตือนคนดูว่าการยอมรับความจริงคือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่ดีที่สุด
ในโอกาสนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ 4 นักแสดงนำ ได้แก่ เจสัน ซีเกิล (Jason Segel), ลุค เทนนีย์ (Luke Tennie), ลุกิตา แม็กซ์เวลล์ (Lukita Maxwell) และ คริสตา มิลเลอร์ (Christa Miller) ถึงเบื้องหลังการทำงาน การรับมือกับความเครียดในชีวิตจริง ตัวละครที่เติบโตขึ้น AI ที่เข้ามามีบทบาทในวงการบันเทิง และสิ่งที่พวกเขาตกผลึกได้จากการสวมบทบาทที่แสนจะ “มนุษย์” เหล่านี้

ใน ‘Shrinking’ ซีซัน 3 ตัวละครของพวกคุณมีการพัฒนาไปอย่างไรบ้าง ?
ซีเกิล: ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่จิมมีต้องเผชิญคือ ‘ความละอายใจ’ อย่างมหาศาล และการเดินไปไหนมาไหนพร้อมกับความละอายใจมันคือฆาตกรเงียบ มันเหมือนข้อเท้าแพลง คุณอาจมองไม่เห็นแต่คุณรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ทิ้งน้ำหนักลงไป ผมคิดว่าการทำทุกอย่างเพื่อปลดปล่อยความละอายใจ จัดการเรื่องของตัวเองให้เคลียร์ ให้รู้สึกไม่มีภาระทางใจ คือหนทางเดียวที่คุณจะก้าวเดินต่อไปได้
เทนนีย์: คือ เราจะได้เห็นการเติบโตที่ยอดเยี่ยมมากจากตัวละครนี้ เขาแทบจะได้รับตำแหน่ง “ผู้ที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยม” เลยทีเดียว แต่นั่นเป็นเพราะจุดเริ่มต้นของเขามันแย่มาก เขาเริ่มจากจุดที่มืดมนและรุนแรง ไม่ดูแลร่างกายตัวเอง ไม่สนใจความก้าวหน้าในชีวิตเลย แต่ตอนนี้เขามีเครื่องมือต่าง ๆ ผ่านการบำบัดกับจิมมี่และพอล ผมคิดว่าการเติบโตของเขาต้องการแสดงให้คนดูเห็นว่า เขามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร ฌอนคือคนไข้ที่เราติดตามเรื่องราวมากที่สุด ดังนั้นเขาจึงเป็นตัวอย่างชั้นดี เป็นเกียรติมากที่ได้เล่นบทนี้ และในอุดมคติแล้ว เขาคือคนที่สร้างแรงบันดาลใจและให้กำลังใจแก่ผู้ชม

มิลเลอร์: ฉันคิดว่าลิซเริ่มต้นจากการไม่มีเพื่อนเท่าไหร่ ซึ่งก็สมเหตุสมผลนะ เธอหลงทาง ติดแหง็ก และไม่ได้อยู่ในจุดที่ดีเลย พอซีซัน 2 เธอพยายามหาทางทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งมันยากนะ เป็นกระบวนการที่ยาก พอมาซีซันนี้ เธอเริ่มไว้ใจเพื่อน ๆ ไว้ใจคนในกลุ่ม และกล้าขอความช่วยเหลือมากขึ้น ฉันคิดว่าในชีวิตจริงเรามักไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเวลาเรารู้สึกแย่ แต่ลิซกำลังเริ่มก้าวออกมา และฉันเห็นความหวังเล็ก ๆ ในตัวลิซ
แม็กซ์เวลล์: อลิซเป็นคนใหม่เลยในซีซันนี้ เธอทำผมทรงใหม่ ตัดผมสั้น เธอโฟกัสที่อนาคต เตรียมจบ ม.ปลายและย้ายไปเข้ามหาวิทยาลัย แต่เราจะได้พบเธอในจุดที่ยังมีความไม่มั่นใจอยู่บ้าง เพราะเธอกังวลเรื่องการต้องจากจิมมี และจากครอบครัวที่เธอรัก แต่ถ้าเทียบกับซีซัน 1 เธอโตขึ้นมาก ๆ เลย
ตัวละครใน ‘Shrinking’ ต่างมีวิธีรับมือความเศร้าต่างกัน ในชีวิตจริงพวกคุณจัดการกับความเศร้าหรือความเครียดอย่างไร ?
มิลเลอร์: เมื่อก่อนฉันมักจะปลีกตัวเวลาเศร้า แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว ฉันมีกลุ่มเพื่อนที่ดีมาก มีครอบครัวที่น่ารักคอยซัพพอร์ต และมีชีวิตแต่งงานที่ดี มันไม่มีเวลาให้ฉันปลีกตัวไปนั่งเศร้าคนเดียวแล้ว แน่นอนการเอื้อมมือหาคนอื่นมันยากเสมอ แต่พอทำแล้วมันคุ้มค่า
แม็กซ์เวลล์: ฉันพยายามดูแลร่างกายตัวเอง คุยกับเพื่อนสนิทและครอบครัว คนรักที่อยู่รอบตัว ใช้เวลาอยู่กับแมว ฟังเพลง ดูรายการที่ดูแล้วสบายใจ ฉันค้นพบว่าภาพยนตร์ช่วยเยียวยาและให้ความสบายใจได้มาก

เทนนีย์: โอ้ คุณต้องชอบเรื่องนี้แน่ ขอบคุณบทฌอนที่ทำให้ตอนนี้ผมหันมาฝึกศิลปะการต่อสู้ครับ ผมเริ่มเรียนบราซิลเลียนยิวยิตสูและมวยไทย ศิลปะการต่อสู้พวกนี้ช่วยได้มากในเรื่องการระบายความเครียด แต่ในขณะเดียวกัน การทำเรื่องยาก ๆ ก็ส่งผลดีต่อตัวเรา มันทำให้เราอดทนขึ้น ถ้าคุณแพลงก์ได้ 2 นาที คุณก็ยืนรอคิวได้ ถ้าคุณเตะกระสอบทรายได้ 100 ที คุณก็จะรู้วิธีสงบสติอารมณ์เวลาโดนใครขับรถปาดหน้า และนั่นจะทำให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้น นอกเหนือจากประโยชน์ทางกายแล้ว ยังมีประโยชน์ทางใจอีกเพียบ ผมได้สัมผัสกับตัวเองเลยว่าการบำบัดด้วยการต่อสู้ช่วยฌอนได้ยังไง
ให้คะแนนฝีมือมวยไทยของตัวเองเท่าไหร่
เทนนีย์: เอาล่ะพวก ผมสูง 6 ฟุต 3 นิ้ว หนัก 136 กิโลหรัม โชคร้ายหน่อยที่ผมไม่ต้องเก่งมากก็สร้างความเสียหายได้เยอะ เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยเก่งหรอก ถ้าใครมีประสบการณ์บนสังเวียนมาเจอกับผม พวกเขาคงสนุกกับการจัดการผม กว่าผมจะต่อยโดนสักที แต่ผมก็น่าจะชนะนะ สรุปคือ ไม่เก่งมากหรอก แต่ผมตัวใหญ่ ก็เลยน่าจะพอเอาตัวรอดได้
ถ้าคุณทำตามคำแนะนำของพอล ที่ต้องเลือกเพลง 1 เพลงที่ทำให้รู้สึกเศร้าภายใน 15 นาที คุณจะเลือกเพลงอะไรและเพราะอะไร ?
ซีเกิล: ใช่ ผมมี 2 เพลง เพลงรองสุดท้ายจากละครเวทีเรื่อง Hadestown ดนตรีมันทำให้ผมร้องไห้ทุกครั้ง ตอนที่พวกเขาเริ่มเล่นเพลงแรกใหม่อีกครั้งแล้วบอกว่า “นี่คือเพลงเศร้า และเราจะเล่ามันอีกครั้ง” อันนั้นทำผมร้องไห้จริง และอีกอันคืออัลบั้ม Astral Weeks ของ Van Morrison เป็นอัลบั้มที่ผมฟังทุกครั้งเวลาต้องแสดง มันเป็นอัลบั้มแรก ๆ ที่ผมตกหลุมรัก เขาแต่งเพลงนี้ตอนอายุ 23 มั้ง มันเหมือนใครสักคนกำลังถ่ายทอดศิลปะออกมา สำหรับผมมันเหมือนเป้าหมายว่าจงออกไปทำสิ่งนี้ซะ

เทนนีย์: ผมขอเลือกเพลงที่ชื่อว่า “Your Hand in Mine” ของวง Explosions in the Sky เพลงนี้ไม่มีเนื้อร้อง ยาวประมาณ 8 นาที มันเหมือนเสียงประสานที่ไม่มีคนร้อง แต่มันมีบางอย่างในดนตรีที่กระตุ้นจิตวิญญาณของผม ถ้าคุณมีเรื่องต้องคิด หรือมีปัญหาต้องแก้ ลองฟังเพลงนี้ดู มันจะทำให้เกิดสมาธิบางอย่าง ดังนั้นผมเลือกเพลงนี้ครับ แม้มันอาจจะไม่ได้ทำให้ผมเศร้า แต่มันรู้สึกว่าเป็นเพลงที่สมบูรณ์แบบในการจัดการกับความเศร้า
มิลเลอร์: เพลงของ Bon Iver เพลงไหนก็ได้ ฉันชอบเพลง “For Emma” ของเขา มันมีท่อนที่ทำให้ฉันนึกถึงพ่อที่ไม่อยู่แล้ว พ่อที่อยากทำหน้าที่ให้ดีแต่ทำไม่ได้ เพลงนั้นทำให้ฉันเศร้า เป็นเพลงที่ฉันใช้บิ้วท์อารมณ์เวลาเตรียมตัวทำงาน

แม็กซ์เวลล์: ฉันจะเปิดเพลงอะไรดีนะ… อะไรที่ทำให้ฉันร้องไห้ คงเป็นเพลงของ Radiohead ทำให้ฉันร้องไห้ได้เลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับอัลบั้มนะ แต่ Radiohead เรียกน้ำตาฉันได้เสมอ เพลงของ ทอม ยอร์ก (Thom Yorke) เพลงอะไรก็ได้ที่เขาเขียน
พอแสดงเป็นนักบำบัดมาหลายซีซัน ในกองถ่ายมีใครมาขอคำปรึกษาปัญหาชีวิตกับคุณจริง ๆ บ้างไหม เพราะตอนนี้คุณเก่งเรื่องนี้แล้ว ?
ซีเกิล: ไม่ใช่เพราะเรื่องบำบัดหรอกครับ แต่เพราะผมแก่แล้ว คือมันแปลกนะ เพราะเราไม่รู้สึกแก่ในสมองตัวเอง เราแก่แค่ร่างกาย ในหัวผมยังคิดว่าตัวเองเป็นคนเดิมที่ทำหนัง ‘Forgetting Sarah Marshall’ อายุประมาณ 20 ปลาย ๆ ผมจำได้แม่นเลย ตอนที่เจอนักแสดงที่เล่นเป็นลูกสาวของผมในเรื่องครั้งแรก ตอนเริ่มถ่ายทำเธออายุแค่ 22 เองมั้ง ในหัวผมตอนนั้นมองว่าเธอก็รุ่นราวคราวเดียวกับผมนี่แหละ แต่แล้วเธอก็เดินเข้ามาทักว่า “หนูเป็นแฟนคลับตัวยงเลยค่ะ คุณซีเกิล” ไอ้คำว่า ‘คุณซีเกิล’ เนี่ยแหละครับที่เล่นเอาผมไปไม่เป็นเลย มันกระแทกความรู้สึกมาก แต่ก็นั่นแหละ เกียรติยศของการได้แก่ตัวลง คือการที่ผมมีประสบการณ์ มีทั้งเรื่องที่เคยทำพลาดและเรื่องที่ทำได้ดี ซึ่งผมสามารถเอามาแชร์ให้เด็กรุ่นใหม่ฟังได้ ซึ่งมันเจ๋งมาก ตอนนี้ผมค่อนข้างภูมิใจนะที่ได้เป็น ‘คุณซีเกิล’ เพราะการได้แก่ตัวลง มันก็ยังดีกว่าการจากไปก่อนวัยอันควรนะ

จะบอกว่าคุณดูเหมือนคนอายุ 28 เลยนะ
ซีเกิล: ขอบคุณครับพวก ผมเพิ่งโกนหนวดและตัดผมมาเมื่อเช้า
คลิปที่ แฮร์ริสัน ฟอร์ด กล่าวอำลาในวันปิดกล้องกลายเป็นไวรัลเลย อะไรคือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับตำนานคนนี้
แม็กซ์เวลล์: ฉากนั้นตอนท้ายซีซัน 2 มันพิเศษมาก เป็นฉากวันขอบคุณพระเจ้า สิ่งที่ฉันชอบที่สุดในการทำงานกับเขาคือการได้เฝ้ามองและสัมผัสถึงพลังงานวิเศษที่เขามี ซึ่งคนทั่วไปก็เห็นและรู้สึกได้ เวลาที่เขาเล่นฉากแบบนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าทุกคนจับจ้องไปที่เขา ทั้งนักแสดงและทีมงาน พอสั่งคัต อย่างในฉากนั้น ฉันมองไปที่ทีมงาน ทุกคนร้องไห้โฮเลย เพราะเขาทุ่มเทมาก เขาสื่อสารผ่านกล้องไปถึงคนดูและตรึงความสนใจของทุกคนไว้ได้ มันทรงพลังมาก

ทุกวันนี้ AI กลายมาเป็นคู่สนทนา หรือแม้กระทั่งเป็นนักบำบัดให้บางคน ซีรีส์ ‘Shrinking’ เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์และบทสนทนาที่มีความหมาย คุณรู้สึกอย่างไรที่ AI อาจเข้ามาแทนที่บทบาทของมนุษย์ในด้านนี้
เทนนีย์: ไม่ครับ ผมพยายามอยู่ห่างจากมัน เพราะผมได้ยินเรื่องข้อเสียมาเยอะ ผมไม่รู้ว่าจริงไหมนะ แต่ก็นั่นแหละ บางอย่างเราก็เลี่ยงไม่ได้ เช่นเวลาค้นหาใน Google เดี๋ยวนี้ก็มี AI ช่วยตอบ มันแทรกซึมไปทุกที่ ถ้าใช้ชีวิตปกติในอเมริกาคุณคงเลี่ยงที่จะไม่ใช้มันไม่ได้ ผมเลยไม่ได้กังวลกับมันมากนัก ผมรู้สึกค่อนข้างมั่นใจในฐานะศิลปินนะ ถ้าผมมานั่งตรงนี้เมื่อ 40 ปีก่อน หรือย้อนไป 60 ปีก่อน ผมจะรู้สึกต่อต้านการมีทีวีสีไหม ? ว่ามันไม่ใช่ศิลปะ ? ผมไม่รู้สิ ณ จุดนี้ผมไม่แคร์จริง ๆ นายทุนจะทำอะไรก็ทำไป AI ไม่ได้ทำอะไรที่น่ากลัวเลย มันแค่เลียนแบบงานศิลปะที่เราสร้างไว้แล้ว มันสร้างสิ่งใหม่จริง ๆ ไม่ได้ ผมเลยไม่รู้สึกถูกคุกคาม แต่ผมหงุดหงิดที่มันอาจจะมาแย่งงาน อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจครับ ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ศิลปินทำได้ คือการปรับตัวและวิวัฒนาการ เราเอาอยู่ เราจะไม่ถูกแทนที่ นี่คืองานฝีมือและทักษะของเราในการเล่าเรื่อง
คำถามสุดท้าย เจสันในฐานะผู้ร่วมสร้าง อะไรคือการตัดสินใจทางความคิดสร้างสรรค์ที่กล้าหาญหรือมีความหมายที่สุดที่คุณทำในซีซั่นนี้ ?
ซีเกิล: ผมคิดว่าจุดที่ผมได้ใช้ “พลังวิเศษ” ของผมมากที่สุด ซึ่งผมพักมันไว้นานแล้ว คือในเส้นเรื่องโรแมนติกคอมเมดี้กับ โคบี้ สมัลเดอร์ส (Cobie Smulders) มันเป็นสิ่งที่ผมทำเยอะมากตอนอายุ 20 กว่า ๆ ในหนังพวกนั้น จนผมเกษียณตัวเองจากแนวนี้แล้วไปทำอย่างอื่น อีกอย่างผมก็พ้นวัยเดตมาแล้ว กลายเป็นวัยคุณพ่อ บทมันเปลี่ยนไป ดังนั้นมันน่าตื่นเต้นมากที่ได้เจอกับสถานการณ์แปลก ๆ ที่คนอายุ 45 ต้องกลับมาเดตใหม่อีกครั้ง ผมคิดว่านั่นคือจุดที่ผมมีอิทธิพลมากที่สุด เพราะผมรู้วิธีปั้นเรื่องพวกนี้ดี มันเหมือนสิ่งที่ผมฝึกฝนมาเป็นหมื่นชั่วโมง

หวังว่าจะได้เจอพวกคุณที่เมืองไทยนะ
เทนนีย์: บางทีผมอาจจะไปฝึกมวยไทยที่นั่น
แม็กซ์เวลล์: ฉันอยากไปมากค่ะ ฉันเคยอยู่ภูเก็ตตอนเป็นเด็ก ฉันอยากกลับไปอีกสักครั้ง

รับชม ‘Shrinking’ ซีซัน 3 ได้แล้ววันนี้บน Apple TV





