Coke ถือเป็นเครื่องดื่มโปรดของหลายคน หนึ่งในนั้นคือโดนัลด์ ทรัมป์ที่ถือว่าเสพติดการดื่ม Diet Coke เป็นอย่างมาก ถึงขนาดติดตั้งปุ่ม Call Button ไว้ในทำเนียบขาว กดแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ยกเครื่องดื่มเย็นๆ มาเสิร์ฟในทันที
หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งก็มีการเปิดห้องทำงานในทำเนียบขาว เชิญสื่อเข้ามาเยี่ยมชมห้องทำงานส่วนตัวของเขา
หนึ่งในสิ่งที่สะดุดตาบนโต๊ะทำงานก็คือปุ่ม Call Button ที่ติดตั้งบนกล่องไม้ ซึ่งปุ่มนี้เอาไว้เรียกเจ้าหน้าที่ให้ยกเครื่องดื่ม Diet Coke เย็นๆ เข้ามาเสิร์ฟในทันที ต้องบอกว่า ทรัมป์ติดการดื่ม Diet Coke เป็นอย่างมาก เคยมีรายงานว่าเขาเคยดื่มสูงสุดถึงวันละ 12 กระป๋องเลยทีเดียว
เดิมที่ทรัมป์ได้ติดตั้งปุ่มนี้ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสมัยแรก แต่พอไบเดนมารับตำแหน่งต่อ ปุ่มนี้จึงได้ถูกถอดออกไป ก่อนจะถูกนำกลับมาอีกครั้ง นอกจากนั้นทาง ซีอีโอของโคคา-โคล่า ได้มอบ “ขวด Diet Coke รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มีชื่อของทรัมป์เพื่อฉลองการกลับมารับตำแหน่งสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มกราคมด้วย
ผลักดันให้ COKE เปลี่ยนสูตร
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมาทรัมป์ได้โพสต์ผ่าน Truth Social โซเชียลของตัวเองว่า
“ผมได้พูดคุยกับโคคา-โคล่าเกี่ยวกับการใช้น้ำตาลอ้อยกับ Cokeในสหรัฐอเมริกา และพวกเขาก็ตกลงที่จะทำเช่นนั้น”
ปกติแล้ว Diet Coke นั้นจะใช้สารให้ความหวานแอสปาร์แตมแทนการใช้น้ำตาล ส่วน Coke Original นั้นจะใช้ส่วนผสมหลักคือน้ำเชื่อมฟรุกโทสที่ผลิตจากข้าวโพด เพิ่มความหวานให้กับผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 1980 ทางทรัมป์มองว่าน้ำเชื่อมฟรุกโตสนี้เป็นสาเหตุของโรคอ้วนและเบาหวานจึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลอ้อยแทน
จริงๆ แล้ว โคคา-โคล่าก็มีเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลอ้อยอยู่แล้วหลายรายการ หนึ่งในนั้นก็คือ Mexican Coke ที่วางขายมาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาครัฐ “เพื่อทำให้คนอเมริกามีสุขภาพดีอีกครั้ง”
ในขณะที่หลายฝ่ายก็แสดงความเป็นห่วงว่าการเปลี่ยนน้ำเชื่อมฟรุกโตสเป็นน้ำตาลอ้อยอาจจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งทาง Investopedia ประเมินไว้ในเดือนมกราคมอาจทำให้ต้นทุนของผลิตภัณฑ์บางชนิดเพิ่มขึ้นอีก 10-15%
ยิ่งไปกว่านั้นการขึ้นภาษีศุลกากรของทรัมป์กับหลายประเทศที่เป็นแหล่งวัตถุดิบอย่าง เม็กซิโกที่ขู่ว่าจะเก็บภาษี 30% และบราซิล 50% อาจส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นอีก
COKE ยันใช้สูตรเดิม
ฝั่ง Coca-cola สหรัฐฯ เองออกมาแถลงข่าว ยืนยันไม่เปลี่ยนสูตร ยังใช้นำ้ตาลฟรุกโตส HFCS เหมือนเดิมเนื่องจากมีปลอดภัย มีแคลอรีใกล้เคียงกับน้ำตาลทราย และได้รับการยืนยันจาก American Medical Association ว่าไม่แตกต่างในการก่อให้เกิดภาวะอ้วนเมื่อเทียบกับน้ำตาลปกติ
ที่มา Mint / Time / theguardian