Amnesty International หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากลได้เปิดเผยแหล่งทำเงินมิจฉาชีพที่ครอบคลุมการดำเนินงานหลายรูปแบบที่มีการใช้งานแรงงานตั้งแต่เด็ก เหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งถูกบังคับให้ทำงาน ถูกทรมานหรือขู่ด้วยความรุนแรงหากไม่ทำตามคำสั่งที่ได้รับ
Amnesty ได้ออกรายงานที่สัมภาษณ์อดีตคนที่เคยทำงานในแหล่งทำเงินสีเทาของกัมพูชาอย่างแก๊งคอลเซนเตอร์ ได้ข้อมูลว่า เหยื่อจะถูกล่อลวงมาด้วยประกาศรับสมัครงานปลอมบนโซเชียลมีเดีย โดยจะถูกพาตัวมากัมพูชา และถูกกักขังในสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายกับเรือนจำ งานที่ทำก็แบบที่เราทุกคนทราบกันดีคือหลอกลวงเหยื่อด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น คอลเซนเตอร์ ใช้เว็บไซต์หลอกลวงเพื่อขโมยข้อมูลหรือขายสินค้าแต่ไม่มีการส่งให้จริง เป็นต้น
ประเด็นคือ Amnesty ระบุว่ารัฐบาลและหน่วยงานกัมพูชารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและมีส่วนรู้เห็นด้วย
หน่วยงานของกัมพูชารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศของตน แต่ยังปล่อยให้มันดำเนินการต่อไป ผลการศึกษาของเราพบว่าเป็นความล้มเหลวของหน่วยงานรัฐในการป้องกันจนเกิดคำถามว่าภาครัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
Amnesty
ทางหน่วยงานรัฐฯ ของกัมพูชาได้ชี้แจงว่าทางภาครัฐมีมาตรการขั้นรุนแรงเพื่อปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ การพนันออนไลน์ และการค้ามนุษย์ซึ่งมีการปราบปรามไปแล้วกว่า 28 แห่ง
อย่างไรก็ตาม Amnesty ระบุว่า แม้จะมีทหารหรือตำรวจเข้ามาตรวจสอบแต่สถานที่ที่ดำเนินการธุรกิจสีเทาการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ยังคงดำเนินการต่อไป รัฐบาลก็ไม่ได้ดำเนินการสอบสวนสถานที่อื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ ด้านโฆษกของรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่ารายงานของ Amnesty นั้นเกินความเป็นจริงและกัมพูชาเองก็เป็นเหยื่อที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่าที่จะกล่าวโทษกัน
Amnesty เผยว่าปัจจุบันมีสถานที่ที่ยืนยันว่าดำเนินการธุรกิจสีเทาแล้ว 53 แห่ง และมีที่ต้องสงสัยเพิ่มอีก 43 แห่ง
ที่มา Cyberscoop