
ญดา นริลญา นักแสดงสาวที่หลายคนจดจำเธอได้จากบท “มิ้ง” ในภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง เปิดใจถึงประสบการณ์สุขภาพที่ไม่คาดคิด หลังสมาร์ตวอทช์ที่สวมใส่แจ้งเตือนความผิดปกติของการเต้นหัวใจ
กลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของนางเอกสาวมากฝีมือ “ญดา-นริลญา กุลมงคลเพ็ชร” ที่ออกมาเปิดเผยถึงปัญหาสุขภาพที่รุมเร้า ทั้งโรคหอบหืดและล่าสุดกับอาการ “ไทรอยด์เป็นพิษ” (Hyperthyroid) ที่เจ้าตัวยอมรับว่าเคยละเลยร่างกายจนถึงขั้นหลั่งน้ำตาเมื่อรู้ผลตรวจ พร้อมเตือนคนรุ่นใหม่ “อายุน้อยก็ป่วยได้”

ญดาเล่าว่าก่อนหน้านี้เธอเข้าใจมาตลอดว่าอาการเหนื่อยง่ายมาจากโรคหอบหืดที่เป็นอยู่ จนกระทั่งวันหนึ่งในวันหยุดเพียงแค่เดินจากโซฟาไปเข้าห้องน้ำ นาฬิกา Smartwatch ที่ใส่อยู่แจ้งเตือนว่าหัวใจเต้นสูงถึง 150 ครั้งต่อนาที ทำให้เธอตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรคหัวใจ แต่ผลตรวจกลับพบว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือ “ไทรอยด์เป็นพิษ”
ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์เกิดขึ้นเมื่อต่อมไทรอยด์ทํางานมากเกินไป จนผลิตและปล่อยฮอร์โมนไทรอยด์เข้าสู่ร่างกายเกินความจำเป็น ทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นจนเกิดอาการผิดปกติ
อาการของ ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ มักแสดงออกผ่านระบบต่าง ๆ ของร่างกายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอาการหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ มือสั่น เหงื่อออกง่าย วิตกกังวล และนอนไม่หลับ นอกจากนี้ยังส่งผลให้กล้ามเนื้อต้นแขนและต้นขาอ่อนแรง อ่อนเพลีย ขับถ่ายบ่อย รวมถึงน้ำหนักตัวลดลงอย่างฉับพลันแม้จะรับประทานอาหารปกติหรือมากขึ้นก็ตาม ขณะที่ระบบสืบพันธุ์อาจพบปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติในผู้หญิง หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้สูงอายุอาการอาจไม่ชัดเจน แต่อาจแสดงออกผ่านความซึมเศร้าหรือเหนื่อยล้าสะสม จึงควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกแยะสาเหตุที่แท้จริง
อาการป่วยส่งผลกระทบต่อการทำงานในวงการบันเทิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ “ฉากใต้น้ำ” ที่เจ้าตัวยอมรับว่ากลายเป็นปมในใจ เพราะอากาศที่หนาวเย็นและความชื้นกระตุ้นให้หายใจลำบากจนเกิดอาการแพนิคและตะคริวกินท้อง ส่วนฉากบู๊ที่มีฝุ่นควันก็ต้องระวังเป็นพิเศษ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาหากยังไม่ถึงคิวถ่ายจริง
แม้จะเป็นไทรอยด์ประเภทไฮเปอร์ที่ทำให้ระบบเผาผลาญสูงจนน้ำหนักลดฮวบ แต่ญดากลับพยายามฝืนทานอาหารให้มากขึ้นเพราะไม่ชอบที่ตัวเองดูซูบผอมจนดูไม่สุขภาพดี “ตอนนั้นแก้มตอบ ตัวผอมมาก แขนเล็กจนดูเหมือนคนป่วย เราไม่ชอบเห็นตัวเองแบบนั้น เลยต้องพยายามกินเพิ่มเข้าไป ทั้งที่ปกติอิ่มแล้วแต่ก็ต้องฝืน เพื่อให้ร่างกายดู Healthy ขึ้น”

ตอนนี้ญดาหันมาเคร่งครัดกับการดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเปรียบเทียบร่างกายเหมือนรถยนต์ที่ต้องเข้าเช็คระยะตามกำหนด:
สุดท้าย ญดาฝากข้อความถึงทุกคนให้หันกลับมาฟังเสียงร่างกายตัวเอง อย่ารอให้ป่วยหนักก่อนถึงจะเริ่มดูแล เพราะสุขภาพคือต้นทุนที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม
ที่มา PrimeCast With PUNPUN / medparkhospital





