Stanford Medicine เผย วัคซีน Covid-19 ชนิด mRNA ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้จริง แต่ไม่ต้องกังวลมากนัก

THE SUMMARY:

นักวิจัยจาก Stanford Medicine ได้ค้นพบกลไกที่อธิบายได้ว่าเหตุใดวัคซีน Covid-19 ชนิด mRNA จึงสามารถทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้จริงในผู้ชายวัยรุ่น/วัยหนุ่มบางราย พร้อมกับเสนอแนวทางที่จะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวลงด้วย

โจเซฟ วู (Joseph Wu) แพทย์และนักวิจัย ปริญญา MD, PhD ผู้อำนวยการสถาบันหัวใจและหลอดเลือดแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า วัคซีน mRNA มีบทบาทอย่างมหาศาลในการบรรเทาการระบาดของ Covid-19 หากไม่มีวัคซีนเหล่านี้ จะมีคนป่วยมากขึ้น มีอาการรุนแรงมากขึ้น และมีผู้เสียชีวิตมากขึ้น วัคซีน mRNA ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เพราะสามารถผลิตได้รวดเร็วพอที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ และสามารถปรับใช้เพื่อต่อสู้กับเชื้อก่อโรคที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับวัคซีนชนิดอื่น ๆ ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับวัคซีนแล้วจะไม่เกิดปฏิกิริยาที่เป็นอันตรายเลย

หนึ่งในความเสี่ยงที่พบได้ยากแต่มีเกิดขึ้นจริงของวัคซีน Covid-19 ชนิด mRNA คือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis) หรือการอักเสบของเนื้อเยื่อหัวใจ โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนจะมีอาการ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก มีไข้ และใจสั่น โดยเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่มีการติดเชื้อไวรัส และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 1–3 วันหลังได้รับวัคซีน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีระดับของสารที่เรียกว่า cardiac troponin ในเลือดสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ดี หัวใจกลับมาทำงานเป็นปกติ และไม่ใช่ภาวะหัวใจวายจากหลอดเลือดอุดตันแบบที่คนทั่วไปเข้าใจ

กลไกการเกิด

นักวิจัยพบว่า กลไกสำคัญเกิดจากการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันแบบ 2 ชั้นตอน โดยขั้นตอนแรก วัคซีน mRNA จะไปกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่เรียกว่า macrophage ให้หลั่งสารอักเสบที่ชื่อว่า CXCL10 จากนั้น CXCL10 จะไปกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันอีกชนิดหนึ่งคือ T cell ให้หลั่งสาร IFN-gamma เพิ่มขึ้น สารทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นไซโตไคน์ ซึ่งปกติจำเป็นต่อการต่อสู้กับไวรัส แต่หากหลั่งออกมามากเกินไป จะทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงได้

เมื่อ CXCL10 และ IFN-gamma ทำงานร่วมกัน จะดึงดูดเซลล์อักเสบจำนวนมากให้เข้าไปสะสมในกล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์เหล่านี้แม้จะมีหน้าที่ป้องกันร่างกาย แต่สามารถทำลายเนื้อเยื่อดีไปด้วย ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจเกิดการอักเสบและบาดเจ็บ งานทดลองในหนูและแบบจำลองหัวใจของมนุษย์ยืนยันว่าไซโตไคน์ทั้ง 2 ชนิดนี้มีบทบาทโดยตรงต่อความเสียหายของหัวใจ และการยับยั้งมันสามารถลดการบาดเจ็บได้ โดยไม่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนหายไป

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนสามารถพบได้ประมาณ 1 ใน 140,000 คนหลังฉีดวัคซีนเข็มแรก และพบเป็น 1 ใน 32,000 คนหลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แต่ด้วยเหตุผลที่ยังไม่ทราบชัดเจน อุบัติการณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจะพบสูงสุดในผู้ชายอายุ 30 ปีหรือต่ำกว่า โดยพบประมาณ 1 ใน 16,750 คน

งานนี้ถั่วเหลืองช่วยได้

วูมีลางสังหรณ์ว่าถั่วเหลืองจะเข้ามามีบทบาทในการลดการอักเสบที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากอาการดังกล่าวมักพบในผู้ชาย ทำให้วูมองไปถึงฮอร์โมนเอสโตรเจนก็มีความสามารถในการต้านการอักเสบและกำจัดสารอนุมูลอิสระได้

นักวิจัยพบว่าสาร genistein ซึ่งเป็นสารจากถั่วเหลืองที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างอ่อน มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ สามารถช่วยลดผลเสียของ CXCL10 และ IFN-gamma ต่อหัวใจได้ในการทดลอง ทั้งในระดับเซลล์ แบบจำลองหัวใจ และในสัตว์ทดลอง ซึ่งพออธิบายได้บางส่วนว่าทำไมภาวะนี้จึงพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อย่างไรก็ตาม genistein ที่ใช้ในการวิจัยมีความเข้มข้นสูงกว่าที่พบในอาหารเสริมทั่วไป

แม้ว่างานวิจัยนี้จะช่วยอธิบายกลไกของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากวัคซีนได้ชัดเจนขึ้น แต่นักวิจัยย้ำว่า การติดเชื้อ Covid-19 เองก็มีโอกาสทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมากกว่าการฉีดวัคซีนถึง 10 เท่า และยังมีความเสี่ยงต่ออวัยวะอื่น ๆ อีกมากมายด้วย วัคซีน mRNA จึงยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่งในการป้องกันโรครุนแรงและการเสียชีวิตจาก Covid-19

ที่มา Stanford

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...