
TikTok จับมือ กกต. เปิดศูนย์ข้อมูลเลือกตั้ง 69 พร้อมดึงพันธมิตร COFACT – Thai PBS Verify ยกระดับการเข้าถึงข้อมูลการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ด้วยการลบข้อมูลเท็จ เพิ่มป้ายกำกับเนื้อหาที่ไม่ได้รับการยืนยัน รวมถึงสกัด IO

ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้ง 69 ออกแบบให้เป็น ศูนย์กลางข้อมูลแบบครบวงจร ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยการพิมพ์ “การเลือกตั้ง” หรือ “Elections” ในช่องค้นหา รวมถึงแถบแบนเนอร์ข้อมูลภายในแอป ซึ่งจะเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวบรวมรายละเอียดสำคัญตั้งแต่ ขั้นตอนการลงคะแนน สถานที่เลือกตั้ง ไปจนถึงรายชื่อผู้สมัคร ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก กกต. โดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องทุกครั้งที่ค้นหาเรื่องการเลือกตั้งบน TikTok

นอกจากนั้น TikTok ใช้เทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรมอย่าง Content Credentials (C2PA) เพื่อตรวจจับและติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI โดยอัตโนมัติ พร้อมเครื่องมือให้ผู้ใช้รายงานข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อให้ TikTok เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
จากรายงาน Community Guidelines Enforcement Report ปี 2025 ระบุว่า TikTok สามารถลบเนื้อหาที่ละเมิดในประเทศไทยได้ถึง 99.5% ก่อนมีการรายงานจากผู้ใช้ พร้อมใช้เทคโนโลยี C2PA ตรวจจับและติดป้ายกำกับเนื้อหา AI

รวมถึง TikTok ยังมี นโยบายห้ามโฆษณาการเมืองอย่างเด็ดขาด และไม่อนุญาตให้บัญชีนักการเมือง รัฐบาล หรือพรรคการเมือง เข้าถึงฟีเจอร์สร้างรายได้ เพื่อรักษาประสบการณ์การใช้งานที่เป็นธรรมสำหรับชุมชน
คุณชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy – SEA, TikTok กล่าวว่า
“การเลือกตั้งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการสื่อสารและการแสดงความคิดเห็น เรามุ่งรักษาความปลอดภัยของชุมชนควบคู่กับความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ผ่านการบังคับใช้นโยบายที่เข้มแข็ง และความร่วมมือกับ กกต., COFACT และ Thai PBS Verify เพื่อส่งเสริมความรู้เท่าทันดิจิทัลและการมีส่วนร่วมอย่างมีความรับผิดชอบ”
ด้านคุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้าง ทักษะความรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล ให้คนไทยรับมือกับข้อมูลออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย และเข้าถึงข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบอย่างถูกต้อง
การเปิดตัวศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งไทย 2569 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ TikTok ในการสานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยระยะยาวในประเทศไทย ต่อเนื่องจากโครงการ #ThaisAware ที่ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมกว่า 12 แห่ง เพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่รู้เท่าทันและมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น.





