คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ออกมาตรการใหม่ไกด์ไลน์อีคอมเมิร์ซ คุมเข้มแพลตฟอร์มแก้ปัญหาผูกขาด-แข่งขันไม่เป็นธรรม
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่ใช่แค่ “ตัวกลาง” ในการซื้อขายอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้กำหนดเกม ทั้งในแง่ของการมองเห็น ราคา ไปจนถึงโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า เพราะแพลตฟอร์มไม่ได้มีแค่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่คือระบบนิเวศที่เชื่อมโยงหลายฝ่ายเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็น
- ผู้ขายที่นำสินค้าเข้ามาวางขาย
- ผู้ให้บริการขนส่งที่ส่งมอบของให้ถึงมือลูกค้า
- ผู้โฆษณาที่ช่วยดันสินค้าให้ถูกมองเห็น
- ระบบชำระเงินที่ทำให้ธุรกรรมเกิดขึ้น
ทั้งหมดนี้ถูกเชื่อมด้วย “อัลกอริทึม” ที่คอยจัดลำดับว่าอะไรควรถูกเห็นก่อน-หลัง ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดการแข่งขันในยุคนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่ “วิธีใช้อำนาจ” ของแพลตฟอร์มดิจิทัลเหล่านั้น ในบางครั้งยังมีประเด็นเรื่องการนำ “ข้อมูลของผู้ขาย” ไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบให้แพลตฟอร์มเอง ทำให้กลายเป็นข้อถกเถียงด้านจริยธรรมและการแข่งขัน
ไกด์ไลน์อีคอมเมิร์ซ คุมเข้มแพลตฟอร์ม
เพื่อแก้ปัญหาปัญหาผูกขาด-แข่งขันไม่เป็นธรรม ทางกขค. ได้ออกไกด์ไลน์อีคอมเมิร์ซเพื่อกำกับดูแลผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
หรือชื่อเต็มว่า แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ
ทางกขค.ได้กำหนดการกระทำที่เข้าข่ายพฤติกรรมต้องห้ามไว้เป็น 2 ประเด็น คือ พฤติกรรมด้านราคา และ พฤติกรรมด้านที่ไม่ใช่ราคา ดังนี้
พฤติกรรมด้านราคา
- ห้ามตั้งราคาขายสินค้าต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย
- ผู้ขายต้องตั้งราคาสินค้า “เท่ากันทุกช่องทางการจำหน่าย” ยกเว้นในกรณีที่เป็นข้อตกลงเฉพาะ เช่น ธุรกิจลิขสิทธิ์หรือแฟรนไชส์ที่มีเงื่อนไขชัดเจนอยู่แล้ว
- การกำหนดราคาขายต่อ (Resale Price Maintenance) ห้ามบังคับให้ผู้ขายต้องตั้งราคาตามที่แพลตฟอร์มกำหนด หากไม่ทำตามอาจถูกระงับสิทธิ์หรือถอดสินค้าออกจากระบบ
- การเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียม” ต่างๆ เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่าโฆษณา ค่าขนส่งหรือรับสินค้า ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน หรือค่าโปรโมชันต่างๆ ต้อง “สมเหตุสมผล” และโปร่งใส ต้องมีการแจ้งล่วงหน้าในระยะวลาที่เหมาะสม
- ห้ามใช้ระบบอัลกอริทึมเข้ามาจัดลำดับหรือกำหนดราคา (Price Ranking System) แบบไม่โปร่งใส
พฤติกรรมด้านที่ไม่ใช่ราคา
- ห้ามใช้ระบบอัลกอริทึมลดการมองเห็นสินค้าของผู้ขายบางรายหรือดันสินค้าของตัวเอง/พาร์ทเนอร์ขึ้นมาเด่นกว่า โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ว่าเป็นโฆษณา
- ห้ามบังคับใช้บริการที่ไม่อยากใช้ เช่น บังคับให้ใช้ขนส่งของแพลตฟอร์มเท่านั้น ตั้งค่าขนส่งหรือบริการเป็นค่าเริ่มต้นแล้วเปลี่ยนไม่ได้, บังคับเข้าร่วมแคมเปญลดราคาเป็นประจำ, บังคับใช้ระบบชำระเงินของแพลตฟอร์ม หรือกดดันให้ผู้ขายซื้อโฆษณาเพื่อให้ขายได้
- ห้ามไม่ให้ผู้ขายไปขายบนแพลตฟอร์มคู่แข่ง หากไม่ทำตาม อาจโดนแบน ลบสินค้า หรือจำกัดสิทธิ์
- ห้ามบังคับขายสินค้าแบบ “พ่วง” เช่น ต้องขายของอีกอย่างควบคู่ถึงจะลงสินค้าได้
- ห้ามบังคับให้ส่งข้อมูลธุรกิจ แล้วเอาไปใช้สร้างความได้เปรียบของตัวเอง
- ห้ามเลือกปฏิบัติแบบไม่เท่าเทียม ผู้ที่ขายของเหมือนกันต้องได้รับการปฏิบัติที่เหมือนกัน ห้ามเลือกจัดอันดับนำเสนอสินค้าหรือบริการที่แตกต่างกัน ห้ามแบ่งออเดอร์หรือปริมาณงานให้ขนส่งไม่เท่ากัน
- ห้ามใช้ข้อมูลคู่ค้า เช่น ยอดขาย พฤติกรรมลูกค้า ไปสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจของตัวเองเหนือกว่าคู่แข่ง
- ห้ามผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจับมือกัน “ฮั้ว” กัน เพื่อกำหนดราคาโฆษณา หรือประมูลคำค้นหา
- ห้ามทำการใดๆ ให้เกิดการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน เช่น จ่ายเงินล่าช้า เปลี่ยนเงื่อนไขโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้กระทบผู้ขายแบบไม่ทันตั้งตัว
กขค.จะพิจารณาแต่ละกรณีอย่างรอบด้าน โดยดูทั้งพฤติกรรมที่เกิดขึ้นและข้อเท็จจริงแวดล้อม ไม่ได้ตัดสินจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่น ความสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างคู่ค้า หรือข้อจำกัดจากกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
หากพบว่าการกระทำนั้นไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุผลรองรับ หรือส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่งมีบทลงโทษทั้งในรูปแบบโทษอาญา และโทษปรับทางปกครอง ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของกรณี
ที่มา tcct

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol