
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ได้จัดกิจกรรม Special Talk “40 Years NECTEC: Legacy & Beyond” เพื่อทบทวนเส้นทาง 4 ทศวรรษของการวางรากฐานเทคโนโลยีสารสนเทศไทย พร้อมประกาศจุดยืนสำคัญว่า ประเทศไทยถึงเวลาแล้วที่ต้องมีส่วนร่วมในการ สร้างเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยมีผู้บริหารระดับสูงอย่าง ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการบริหาร เนคเทค สวทช. และ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ไฮไลต์สำคัญภายในงานคือวงเสวนา “Thailand at the Turning Point: ถึงเวลาของเทคโนโลยีไทย สู่ยุคใหม่ของประเทศ” ที่รวบรวมตัวแทนจากหลากหลายวงการมาร่วมถอดรหัสวิกฤตและโอกาส นำโดยตัวแทนคนรุ่นใหม่สาย Tech Creator อย่าง คุณนพพล มาลีรัตน์มงคล (ช่อง Extreme IT) และ คุณนวพล เชื่อมวราศาสตร์ (ช่อง Say Science) ร่วมด้วยมุมมองด้านความมั่นคงระดับชาติจาก พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค ผู้ริเริ่มแพลตฟอร์ม IoT สัญชาติไทย ซึ่งทุกภาคส่วนต่างเห็นพ้องว่า การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีไทยให้เติบโตคือทางรอดที่ยั่งยืน

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ได้นิยามบทบาทของเนคเทคตลอด 39 ปีที่ผ่านมาในฐานะวิศวกรชาติผู้คอยมองการณ์ไกลและวางรากฐานทางเทคโนโลยีในจุดที่ภาคเอกชนยังไปไม่ถึง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การบุกเบิกอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาและวิจัย (ThaiSARN) สู่การนำร่องอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ (INET) การสร้างศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์แห่งเดียวในอาเซียน รวมถึงการผลักดันแผนแม่บท IT และกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่นำไปสู่การตั้งหน่วยงานสำคัญอย่าง ETDA และ DGA นอกจากนี้ เนคเทคยังเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสาธารณะที่เข้าถึงประชาชนได้จริง เช่น Traffy Fondue, Thai School Lunch และ TPMAP ตลอดจนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ AI แห่งชาติ

สำหรับก้าวต่อไปในทศวรรษหน้า เนคเทค สวทช. ไม่ได้มองเพียงการต่อยอดจากฐานเดิม แต่เตรียมรุกคืบสู่การพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถของประเทศในสากลโลก โดยมุ่งเน้นใน 4 แกนหลัก ได้แก่:


“ในวันนี้เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่คือ ‘ความมั่นคง’ และ ‘ความอยู่รอด’ ของประเทศ ท่ามกลางสภาวะโลกที่ผันผวนทั้งในแง่เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ขอเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนมาร่วมกันออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ด้วยเทคโนโลยีของตนเองในโลกที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง” ดร.ชัย กล่าวทิ้งท้าย
แคมเปญ “เนคเทค 40 ปี – Legacy & Beyond: วันนี้ที่สร้างไว้ เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการชวนทุกคนมาร่วมสำรวจเส้นทางและค้นหาคำตอบว่า รากฐานเทคโนโลยีจะนำพาประเทศไปสู่ทิศทางใด โดยจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค ประจำปี 2569 (NECTEC-ACE 2026) ในเดือนกันยายนนี้






